คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยใหม่

ขอขอบพระคุณท่านที่ไว้วางใจในสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อความสะดวก

สำหรับท่าน จึงขอแนะนำการจัดเตรียมเอกสารประกอบการรับการรักษาดังนี้

1. ผู้ป่วยที่ไม่เคยเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จะต้องมาทำบัตรผู้ป่วยใหม่ก่อน เอกสารที่ใช้ในการทำบัตร ได้แก่

บัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ถ้าเป็นผู้ป่วยที่เป็นชาวต่างประเทศจะต้องมี วีซ่า และพาสปอร์ตด้วย

นำมายื่นที่ตึก ภปร. ชั้นล่าง

1.1 กรอกประวัติผู้ป่วยใหม่ในแบบฟอร์มใบสีเขียวให้ครบถ้วน

1.2 พบพยาบาลคัดแยกเอกสาร + ผลการรักษา (ถ้ามี) แจ้งความจำนงพบแพทย์สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา 

ตึกว่องวานิช ชั้น 1

1.3 ชำระเงินค่าบัตรใหม่ 20 บาท

1.4 ติดต่อห้องบัตร หมายเลข 8 ถึง 13 พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน

1.5 รอรับบัตรผู้ป่วยและถือแฟ้มประวัติมาด้วย

1.6 เชิญที่สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ตึกว่องวานิช ชั้น 1

เวลาลงทะเบียน  เริ่ม 07.00 น. ถึงเวลาแจ้งงดรับผู้ป่วยของแต่ละแผนก

2. ผู้ป่วยที่เคยเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์แล้ว มีบัตรประจำตัวผู้ป่วย และขาดการติดต่อโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ไม่เกิน 3 ปี แต่ไม่เคยมารักษาที่สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา จะต้องขอแฟ้มประวัติที่ตึก ภปร. ชั้นล่างมาด้วย


สิ่งที่จะต้องนำมาพบแพทย์ ได้แก่

หนังสือส่งตัวจากโรงพยาบาลที่ท่านเคยรักษา พร้อมประวัติการรักษาเดิม ฟิล์มเอกซเรย์ (Film x-ray) อัลตราซาวน์

(Ultrasonography) เอกซเรย์เต้านม (ถ้ามี) (Mammography) ผลสแกนกระดูก (Bone Scan) ผลชิ้นเนื้อ (Pathological report)

บันทึกการผ่าตัดผลเลือด (Lab) แล้วนำมายื่นที่สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ตึกว่องวานิชชั้น 1 เพื่อให้แพทย์ดูประวัติผู้ป่วยก่อน 

หลังจากนั้นจึงจะนัดเข้าประชุมวางแผนการรักษาต่อไป กรุณาส่ง Email แจ้งชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวผู้ป่วย เบอร์โทรศัพท์

ที่สามารถติดต่อได้ มาที่ Email address: chulacancer@yahoo.com เพื่อทำนัดดูประวัติผู้ป่วย แ้ล้วทางสาขารังสีรักษาและมะเร็ง

วิทยาจะติดต่อเพื่อยืนยันกลับไปหาท่านอีกครั้ง



ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน