การตรวจเพื่อวินิจฉัย
การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่จะให้การรักษาด้วยรังสีนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง
1. การตรวจทางโสต ศอ นาสิก ควรตรวจบริเวณ nasopharynx ด้วย indirect และ direct
nasopharyngoscopy หรือใช้ fibreoptic ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อส่วนที่สงสัยตรวจทางพยาธิวิทยา นอกจากนี้อาจใช้นิ้วคลำบริเวณ nasopharynx ด้วย
- 6 -
2. การตรวจทางรังสี (Radiographic studies)
2.1 ฟิล์ม nasopharynx ซึ่งประกอบด้วย lateral skull เพื่อดูเงาของก้อนมะเร็งบริเวณ nasopharynx และ Base of skull view
เพื่อดูว่ามีการทำลายของกระดูกกระโหลกศีรษะส่วนฐานหรือไม่
2.2 Computed tomography14,15 ช่วยในการตรวจดู skull erosion และ regional node involvement ได้ดีกว่า plain film
2.3 Magnetic resonance imaging (MRI)16 จะสามารถแยกก้อนมะเร็งจากเนื้อเยื่ออักเสบได้ดีกว่า และสามารถบอกถึงการลุกลามของโรคมะเร็งสู่กล้ามเนื้อ เส้นประสาทสมอง และการลุกลามของมะเร็งเข้าสู่สมองได้ดีกว่า
นอกจากนี้ การตรวจหารอยโรคเพื่อดูการแพร่กระจายของโรค (metastatic) จะมุ่งเน้นเฉพาะตำแหน่ง
ที่มีการแพร่กระจายของโรคได้บ่อย คือ กระดูก ปอดและตับ โดยพิจารณาเฉพาะในผู้ป่วยที่มีอัตราเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคสูง ได้แก่ ผู้ป่วยที่เป็น locally advanced disease (T3, T4) และมีการลุกลามของโรคเข้าสู่ต่อมน้ำเหลืองที่คอ รวมทั้งผู้ป่วยที่มีพยาธิสภาพ WHO type 2 และ 3 โดยควรทำการตรวจ chest
x-ray,
อัลตราซาวด์หรือตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของตับ และทำ Bone survey หรือ bone scan เป็นต้น