| |
ระบาดวิทยา
มะเร็งหลังโพรงจมูกพบมากในชาวเอเซีย รวมทั้งประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะที่มีเชื้อสายจีน
อายุ ส่วนใหญ่พบในอายุระหว่าง 35-504,5,6ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ อายุน้อยที่สุดที่พบ คือ 6 ปี
อายุเฉลี่ยของผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกจะน้อยกว่าผู้ป่วยมะเร็งของศีรษะและคอในตำแหน่งอื่น ๆ
เพศ พบในผู้ป่วยเพศชายบ่อยกว่าในเพศหญิง โดยมีอัตราส่วนระหว่างเพศชาย : เพศหญิง ประมาณ
2-3:1
สาเหตุ
จากการศึกษาทางระบาดวิทยาอาจสรุปสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกได้ เป็นดังนี้คือ
1. สิ่งแวดล้อมและอาหาร7 มะเร็งหลังโพรงจมูกพบบ่อยในผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศจีนตอนใต้มากกว่าทางตอนเหนือ
และยังพบมากในชาวเอสกิโม
ในรัฐอะลาสก้า และกรีนแลนด์
นอกจากนี้ยังพบบ่อยในแถบทวีปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งบ่งชี้ได้ว่าสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูกน่าจะเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมและอาหาร อาหารที่คนเหล่านี้ชอบรับประทานจะคล้ายคลึงกัน คือ ปลาเค็มและเนื้อเค็ม ซึ่งจะมีสารก่อมะเร็ง nitrosamine ปนเปื้อนอยู่ในสารอาหารเหล่านี้ เมื่อสูดดมสารนี้เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุของ nasopharynx อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ของเซลล์เยื่อบุผิว จนเกิดการกลายพันธุ์
(mutation) ของเซลล์ได้
2. กรรมพันธุ์ ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาของระบาดวิทยา พบว่ามะเร็งหลังโพรงจมูก พบบ่อยในคนจีนโดยเฉพาะในคนจีนตอนใต้ของประเทศ ตลอดจนคนจีนโพ้นทะเลที่อพยพไปตั้งรกรากในประเทศต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าภาวะทางกรรมพันธุ์น่าจะมีส่วนในการส่งเสริมให้เกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก นอกจากนี้การศึกษา major
histocompatibility complex (MHC) ก็พบความสัมพันธ์ของอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก
3. เชื้อไวรัส Epstein-Barr Virus (EBV) เป็น DNA virus ซึ่งอยู่ในกลุ่มของ Herpes virus พบว่าผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกมักจะมีประวัติเคยติดเชื้อ EBV
และพบเชื้อไวรัสหรือ DNA ของ EBV ในเซลล์มะเร็งของผู้ป่วย
ทำให้เชื่อว่าเชื้อไวรัสนี้น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก8
|