บทนำ

มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อยในเอเซีย พบมากในประเทศจีนตอนใต้ ฮ่องกง ใต้หวัน และประเทศไทย (โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีน1) ในขณะที่ยุโรปและสหรัฐอเมริกา พบได้น้อยกว่า 1% ของมะเร็ง
ทั้งหมด2 ผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกมีประมาณ 80-100 รายต่อปี3 คิดเป็น 3.64% - 4.44% ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมด และพบบ่อยเป็นอันดับที่ 6-9
(ตารางที่ 1) ดังนั้นจึงถือเป็นปัญหาของสาธารณสุขที่สำคัญอย่างหนึ่งของประเทศไทย
ตารางที่ 1 แสดงอุบัติการของมะเร็งหลังโพรงจมูกของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ปี พ.ศ.

2533

2534

2535

2536

2537

2538

เพศชาย

65

74

66

67

56

57

หญิง

39

28

30

25

30

40

รวม

104

102

96

92

86

97

คิดเป็น %

4.31

4.44

4.1

3.83

3.64

4.0

อันดับที่

7

6

8

9

9

8

มะเร็งหลังโพรงจมูกถือเป็นจุดบอดหรือจุดอับตำแหน่งหนึ่งในการตรวจวินิจฉัยโดยทั่วไป เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งนั้นตรวจได้ยากสำหรับแพทย์เวชปฏิบัติทั่ว ๆ ไป เพราะมันวางตัวอยู่ด้านหลังของโพรงจมูก โดยมีขอบเขตทางด้านหน้าเป็นส่วนของ posterior choanae ผนังด้านบน (roof) เป็นส่วนของฐานสมอง (base of the skull) และโค้งลงมาทางด้านหลังต่อเชื่อมกับส่วนของ posterior pharyngeal wall จนถึงระดับของกระดูกต้นคอข้อที่ 2 (second cervical vertebra) ซึ่งตรงกับระดับของ uvula ขอบเขตทางด้านล่าง (floor) เป็นส่วนบนของผนัง
ของ soft palate สำหรับผนังทางด้านข้างทั้ง 2 เป็นส่วนของ eustrachian tube และ rosenmuller fossa
ดังแสดงในรูปที่ 1 และ 2
- 2 -


 

 

 


รูปที่ 1
Various anatomic structures adjacent to the nasopharynx. Note position of fossa of
Rosenmuller, torus, and eustachian tube.

 

 










รูปที่ 2 CT scan showing (a) the nasopharynx; a = antrum, pp = pterygoid plates, e = eustachian tube,
f = fossa of Rosenmuller, n = nasal fossa, r = retropharyngeal space with Rouviere’s node, C = carotid
sheath, m = masseter muscle, p = parotid. (b) Tumour in fossa of Rosenmuller involving parapharyngeal space (arrowed).