Investigations

การประเมินผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ต้องเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน ประวัติการมีประจำเดือน จำนวนการมีบุตร และประวัติการเป็นมะเร็งในครอบครัว ประวัติการรับประทานยาที่เข้าฮอร์โมนเพศหญิง การตรวจเต้านมตลอดจนบันทึกความเปลี่ยนแปลงของรูปสันฐานและสีของผิวหนังของเต้านม การตรวจต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้ และไหปลาร้า ตลอดจนถึงการตรวจช่องท้องและอุ้งเชิงกราน

การตรวจทางห้องปฏิบัติการต่าง ๆ เช่น complete blood count (CBC) ตรวจการทำงานของตับรวมทั้ง alkaline phosphatase เอ็กซเรย์ปอด (chest x-ray) สำหรับ ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะ Early (stage I และ II) ที่ไม่มีอาการผิดปกติ และค่า alkaline phosphatase อยู่ในระดับปกติ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องส่งทำ bone scan และ liver scan ส่วนการตรวจหา estrogen และ progesterone receptors จะช่วยเป็นตัวบอกแนวทางในการรักษาและใช้เป็นตัวบอกการพยากรณ์ของโรคได้ ปัจจุบันนี้บางสถาบันใช้ flow cytometry และ thymidine-labelling index ซึ่งเป็นการวัด growth fraction ของเซลล์มะเร็ง และเป็นตัวบอกการพยากรณ์โรคได้เช่นกัน

ปัจจุบันนี้การตรวจโดยวิธี mammography20,21 สามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรกได้ อาจพบลักษณะ เช่น มี microcalcification, ill-defined mass spiculated margin, distortion, knobby, lobulated หรือ smooth contour mass ในเต้านม Sensitivity 90% และมี specificity ถึง 95% American College of Radiology แนะนำให้ทำ base line mammography เมื่ออายุ 35 ปี และอายุ 30 ปีสำหรับกลุ่มที่เป็น risk factor และตรวจซ้ำทุก 2 ปี เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ทุก 1 ปี เมื่ออายุ 50 ปี