Combined Pre and Postoperative Radiation
มีหลายสถาบันที่เลือกใช้การฉายรังสีก่อนการทำผ่าตัด
โดยใช้แบบ low dose
คือให้ปริมาณรังสี
500-2,000 cGy
แล้วจึงทำการผ่าตัด
หลังจากนั้นก็จะให้การฉายรังสีเพิ่มเติมอีกแบบ
High dose postoperative radiation
ถ้าพบว่าผู้ป่วยดังกล่าวเป็นกลุ่มซึ่งมีอัตราเสี่ยงต่อการกำเริบของโรคเฉพาะที่สูง
(stage B2 และ C)
ที่ The Thomas Jefferson University Hospital37
ได้ใช้การฉายรังสีก่อนการทำผ่าตัดด้วย
low dose
ปริมาณรังสี
500 cGy
เพียงครั้งเดียว
และตามด้วยการฉายรังสีหลังจากทำการผ่าตัดแล้วอีก
4,500 cGy
พบว่าผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิต
5 ปี หลังรักษา
91% ในระยะ A และ B1,
72% ในระยะ
B2 และ C
ซึ่งสูงกว่าผู้ป่วยที่รักษาโดยใช้การฉายรังสีแบบ
low dose
ก่อนการทำผ่าตัดหรือทำผ่าตัดอย่างเดียว
โดยพบว่ามีอัตราการรอดชีวิตที่
5 ปี
เท่ากับ 52%
และ 34%
ตามลำดับ
นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก
MGH38 และ MSKCC39
ที่ทำการศึกษาเช่นเดียวกัน
แล้วปรากฏว่าสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย
หรือการศึกษาจาก
RTOG/ECOG40 ที่เป็น
randomized study
โดยเปรียบเทียบการใช้
combined pre และ postoperative radiation
เช่นกับที่ Jefferson
ใช้อยู่
กับการฉาย
รังสีหลังผ่าตัดอย่างเดียว
ซึ่งผลในระยะเบื้องต้นที่
3 ปี
พบว่ามีอัตราการควบคุมโรคเฉพาะที่ดีขึ้น
10%
คือ 79% และ 69%
ตามลำดับ
แต่ไม่มีความแตกต่างของอัตราการแพร่กระจายของโรค
(distant metastasis)
และมีอัตราการรอดชีวิตที่ดีขึ้น
(75% VS 68%)
แต่ไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
อย่างไรก็ตามคงจะต้องติดตามผลการรักษาต่อไปให้ยาวนานขึ้น
เพื่อที่จะสามารถยืนยันให้แน่ชัดว่ามีประโยชน์ต่อทั้งการควบคุมโรคเฉพาะที่และอัตราการรอดชีวิตอย่างใดหรือไม่
The Thomas Jefferson University Hospital (TJUH)
ได้มีการเสนอแนวทางการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วน
rectum ที่น่าสนใจ
โดยมีการจัดแบ่งผู้ป่วยออกตาม
clinical staging
ดังแสดงในตารางที่
7 โดยให้ความสำคัญของก้อนมะเร็งนั้น
ว่ามีการเคลื่อนที่หรือเกาะติดกับอวัยวะข้างเคียง
(mobility/fixation)
เป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญทางคลีนิคว่าจะเลือกใช้วิธีการฉายรังสีแบบใดและให้ปริมาณรังสีสูงมากน้อยเพียงใด
ซึ่งได้แสดงดังรูปที่
1
โดยที่ผู้ป่วยซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่ดี
(favorable)
คือตัวมะเร็งไม่เกาะติดกับอวัยวะอื่นและมีการเคลื่อนตัวของก้อนมะเร็งได้ทุกทิศทาง
กลุ่มนี้จะใช้การฉายรังสีแบบ
low dose
ก่อนการทำผ่าตัดโดยใช้ปริมาณรังสี
500 cGy
เพียงครั้งเดียว
แล้วตามด้วยการทำผ่าตัดทันที
ซึ่งจะไม่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงระยะของโรค
และบางคนเชื่อว่าจะทำให้ความรุนแรงของมะเร็งลดน้อยลง
โอกาสที่มะเร็งจะมีการแพร่กระจายขณะทำผ่าตัดก็จะลดลงด้วย
และถ้ารายงานของผลชิ้นเนื้อว่าเป็นระยะ
Dukes’A และ B1
ก็ไม่ต้องให้การรักษาเพิ่มเติม
แต่ถ้าหากเป็นระยะ
Dukes’B2 และ C
ก็พิจารณาให้การฉายรังสีเพิ่มอีก
4,500 cGy ในระยะเวลา
5 สัปดาห์ (selective postoperative
radiation)
ตารางที่
7 Clinical
Classification of Rectal Cancer (TJUH)
รูปที่
1
Thomas Jefferson University Hospital schema for management of rectal
cancer

| [Previous] | Preoperative radiation and chemotherapy |
| [Next] | Conclusion |
| [Up] | Preoperative Radiotherapy in Rectal Adenocarcinoma |
| [Home] | Home Page |