Clinical Features
อาการและอาการแสดงของมะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นอยู่กับการที่มะเร็งเป็นในระยะใด
ถ้ามะเร็งยังอยู่เฉพาะที่ในลำไส้ใหญ่
อาการจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของรอยโรคที่เป็น
แต่ถ้ามะเร็งแพร่กระจาย
ออกไปแล้ว
อาการของผู้ป่วยจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่มะเร็งกระจายไป
เช่น
ถ้าไปที่ปอดก็อาจมีอาการหอบเหนื่อยหรือไอ
ถ้าไปที่ตับอาจมีอาการเจ็บแน่นใต้ชายโครงขวา
ตัวเหลือ
ตาเหลือง
หรือตรวจพบว่าตับโต
เป็นต้น
แต่ถ้าโรคเป็นระยะที่เป็นเฉพาะที่ในลำไส้ใหญ่
อาจแบ่งกลุ่มอาการเป็น
3
ลักษณะตามตำแหน่งทางกายวิภาคของก้อนมะเร็ง1,7,8
ดังต่อไปนี้
1. Right
Colon Cancer เนื่องจากเวลาที่อุจจาระผ่านจาก
Ileocecal Valve
มาที่ลำไส้ใหญ่ซีกขวา
อุจจาระจะยังอ่อนตัวอยู่
ทำให้สามารถผ่านบริเวณรอยโรคที่ก้อนมะเร็งอยู่ไปได้สะดวก
จึงไม่ค่อยพบอาการของการอุดตันของลำไส้ใหญ่จากก้อนมะเร็ง
นอกจากนี้เส้นผ่าศูนย์กลางของลำไส้ใหญ่ซีกขวายังมีขนาดใหญ่กว่าลำไส้ใหญ่ซีกซ้าย
มะเร็งที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้จึงสามารถเจิญเติบโตได้มาก
โดยที่ไม่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการของการอุดตันหรือความผิดปกติของการขับถ่าย
(ฺBowel Habit Change)
รอยโรคบริเวณนี้มักจะเกิดจากการที่ก้อนมะเร็งมีการแตกเป็นแผล
(Ulcer)
เกิดการเสียเลือดทีละน้อย
จนเกิดอาการของโรคโลหิตจางได้
และมาหาแพทย์ด้วยอาการของโรคโลหิตจาง
เช่น
อ่อนเพลีย
ใจสั่น
ไม่มีแรง ซีด
เป็นต้น
การตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจพบหรือไม่พบเลือดในอุจจาระ
(Stool Occult Blood) ก็ได้
เพราะเลือดที่ออกจากก้อนมะเร็งอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวไม่ได้เป็นอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นถ้าตรวจพบ
Iron deficiency Anemia
ในผู้ใหญ่ที่ไม่พบสาเหตุใด
ๆ
ชัดเจนที่อธิบายภาวะโลหิตจางจากการขาดเหล็กได้ชัดเจน
(ยกเว้นในผู้หญิงที่มีประจำเดือน
ซึ่งอาจอธิบายได้ด้วยการเสียเลือดไปทางประจำเดือน)
ควรคิดถึงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
และถ้ามีอาการที่น่าสงสัยอาจต้องพิจารณาตรวจค้นเพิ่มเติม
เช่น ทำ Endoscopy
หรือ Double Contrast Barium Enema
2. Transverse
and Descending Colon
เมื่ออุจจาระผ่านมาถึงบริเวณ
Transverse และ Descending Colon
จะมีการดูดน้ำกลับไปทางลำไส้ใหญ่
ทำให้อุจจาระมีความเข้มข้นมากขึ้น
ดังนั้นถ้ามีก้อนมะเร็งเกิดขึ้นในบริเวณนี้และอุดกั้นการเคลื่อนตัวของอุจจาระ
อาจทำให้เกิดการอุดตันเกิดขึ้น
เกิดอาการปวดท้อง
(Abdominal Cramping)
เกิดการอุดตัน
(Obstruction)
จนเกิดการแตกทะลุของลำไส้ใหญ่ส่วนที่เหนือต่อการอุดตันได้
(Perforation)
เมื่อตรวจสอบทางรังสีจะพบลักษณะเฉพาะของรอยโรคที่เรียกว่า
Apple-core หรือ Napkin-ring
เหมือนวงแหวนรัดรอบลำไส้ใหญ่
ซึ่งเป็นตำแหน่งของก้อนมะเร็งที่โตรอบผนังลำไส้ใหญ่
3. Rectosigmoid
Colon and Rectal Cancer
เนื่องจากอุจจาระที่มาถึงบริเวณส่วนปลายของลำไส้ใหญ่จะมีลักษณะค่อนข้างแข็งตัว
และเส้นผ่าศูนย์กลางของลำไส้ใหญ่บริเวณนี้มีขนาดเล็กกว่าส่วนต้น
ทำให้อาจพบอาการต่าง
ๆ หลายชนิด
ประกอบด้วยอาการถ่ายเป็นเลือด
(Hematochezia)
ปวดเบ่ง (Tenesmus)
อุจจาระมีลักษณะเส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลง
(Narrowing in the Caliber of Stool)
ส่วนอาการโลหิตจางจะพบน้อยกว่ามะเร็งที่เป็นบริเวณส่วนต้นของลำไส้ใหญ่
บางรายอาจมาหาแพทย์ด้วยอาการถ่ายอุจจาระผิดปกติ
(Bowel Habit Change)
การตรวจร่างกายด้วย
Digital Rectal Examination และ Proctosigmoidoscopy
จะช่วยวินิจฉัยโรคได้
|
Staging |
|
|
Diagnostic Tests |
|
|
Home Page |