มะเร็งเต้านม
บทบาทของเคมีบำบัดและฮอร์โมน
ผศ. นพ. ประยุทธ์ โรจน์พรประดิษฐ์
เคมีบำบัดและฮอร์โมนมีบทบาทอย่างมากในการรักษามะเร็งเต้านม ทั้งเพื่อมุ่งหวังให้หายขาด รักษาเสริม หรือรักษาเพื่อบรรเทาอาการ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ได้มีการนำเอายาตัวใหม่ ๆ เหล่านี้มาใช้ทางคลินิค และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
บทบาทของเคมีบำบัดและฮอร์โมนในการรักษามะเร็งเต้านมพอจำแนกได้ดังนี้
1. การรักษาเสริม (Adjuvant chemotherapy) หมายความว่า ผู้ป่วยได้รับการรักษาเสริมต่อจากการรักษาหลัก (Definite treatment)
การรักษานำด้วยเคมีบำบัดก่อนการรักษาหลัก เพื่อประโยชน์ดังต่อไปนี้
3.1 ในผู้ป่วยซึ่งมะเร็งเป็นมากเฉพาะที่ (Locally advanced) หรือมะเร็งเป็นชนิด inflammatory
breast cancer และไม่ได้กระจายไปอวัยวะอื่น ๆ ทำให้ก้อนมะเร็งเล็กลง ทำให้ผ่าตัดได้
3.2 ในผู้ป่วยที่มะเร็งปฐมภูมิใหญ่เกินกว่าที่จะทำ conservation breast surgery จะทำให้มะเร็งเล็กลง ทำ conservation surgery ได้
3.3 ในผู้ป่วยที่มะเร็งปฐมภูมิสามารถรับการรักษาด้วย conservation breast surgery ได้ แต่ให้เคมีบำบัดนำก่อน ทั้งนี้เพื่อทำให้ก้อนมะเร็งยุบลงมากขึ้น ผ่าตัดง่ายขึ้น cosmesis ดีขึ้น และที่สำคัญยังหวังว่าจะทำให้โอกาสการหายขาดสูงขึ้น หรืออย่างน้อยอัตราการหายจากโรคไม่ด้อยกว่าการให้เคมีบำบัดตามหลังการผ่าตัด (Adjuvant / Postoperative chemotherapy)
การรักษาเสริมด้วยยา
(Adjuvant Systemic Treatment)
การประเมินอัตราเสี่ยง
(Assessment of risk status)
แนวทางการรักษาเสริมด้วยยา
(Treatment guidelines)
การรักษาเสริมด้วยเคมีบำบัดและฮอร์โมนร่วมกัน
มะเร็งเต้านมเป็นมากเฉพาะที่
(Locally Advanced Breast Cancer, LABC)
Breast Conserving Therapy
(BCT)
Inflammatory Breast Cancer
(IBC)
การรักษาในระยะที่โรคแพร่กระจายแล้ว
(Treatment of Metastatic Disease)