|
หลักการรักษาด้วยรังสี
รังสีรักษาคืออะไร
รังสีรักษาคือ
การรักษาโรคมะเร็ง
(Malignant Tumor) และรอยโรคที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง (Benign tumor)
ด้วยคลื่นแม่เหล็ก ไฟฟ้าหรือ
อนุภาคซึ่งเป็นรังสี
โดยอาศัยคุณลักษณะของรังสีแต่ละชนิดในการทำลายเซลล์
วิธีการรักษาโรคด้วยรังสี
วิธีการรักษาแบ่งเป็น
2 กลุ่ม ได้แก่
1.
การใช้รังสีรักษาระยะไกล
(Teletherapy) หมายถึง
การรักษาที่มีต้นกำเนิดรังสีห่างจากบริเวณที่จะรักษา เช่น เครื่องฉายรังสี
โคบอลต์ 60 และเครื่องเร่งอนุภาค เป็นต้น
2.
การใช้รังสีรักษาระยะใกล้
(Brachytherapy) หมายถึง
การรักษาที่มีต้นกำเนิดรังสีอยู่ชิดหรือภายในบริเวณที่จะรักษา
เทคนิคการรักษาด้วยฉายรังสี
1.
การฉายรังสีแบบ 2 มิติ
(Conventional Radiotherapy) ในปัจจุบันมีการวางแผนการรักษาด้วยรังสี 2
มิติ โดยทั่วไป ส่วนใหญ่
ใช้การกำหนดขอบเขตการฉายรังสีจากกายวิภาคที่สามารถเห็นจากภาพเอ็กซเรย์หรือการตรวจร่างกายทั่วไป
เช่น ตำแหน่งของกระดูกเป็น
ตัวกำหนดขอบเขตการฉายรังสี และใช้เครื่อง Simulator
(เครื่องเอ็กซเรย์แบบ Fluoroscopy) ถ่ายภาพเอ็กซเรย์แล้วขีดเส้นขอบเขตการ
รักษา
ต่อมามีการใช้เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ถ่ายภาพ
แต่การกำหนดขอบเขตการฉายรังสียังคงเป็นระนาบเดียวเท่านั้น
ซึ่งลำรังสีของการ
ฉายรังสีแบบ
2 มิติ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลม
ทำให้เนื้อเยื่อปกติในบริเวณใกล้เคียงกับรอยโรคได้รับรังสีไปด้วย
การฉายรังสีแบบ
2 มิติ
จึงมีข้อจำกัดในการกำหนดทิศทางการฉายรังสีและจำนวนลำรังสีได้ไม่มาก
การกำหนดขอบเขตการฉายรังสีจากกายวิภาคที่สามารถเห็นจากภาคเอกซเรย์
2.
การฉายรังสีแบบ 3 มิติ (Three dimension conformal Radiotherapy หรือ
3-DCRT) การฉายรังสีโดยการวางแผนการรักษา
ในระบบ 3 มิติ
อาศัยการกำหนดขอบเขตการรักษาจากภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
โดยการกำหนดรูปร่างของลำรังสีให้มีรูปร่างและทิศทางของ
ลำรังสีให้เหมาะสมกับรอยโรค
โดยระบบสร้างภาพ 3 มิติ ทำให้การวางแผนการฉายรังสีมีความถูกต้องมากขึ้น
ทำให้สามารถให้ปริมาณรังสีสูง
เฉพาะบริเวณรอยโรค
และสามารถเห็นการกระจายรังสีภายในตัวผู้ป่วยได้
ทำให้ลดปริมาณรังสีบริเวณเนื้อเยื่อปกติข้างเคียงได้มากขึ้น นำไปสู่
การลดผลข้างเคียงจากการฉายรังสีทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
เส้นการกระจายรังสีในตัวผู้ป่วยด้วยเทคนิค
3D
3.
การฉายรังสีแบบปรับความเข้ม
(Intensity Modulated Radiation Therapy) เป็นการพัฒนาการฉายรังสีจาก
3-DCRT
ในการวางแผนการรักษาและระบบการคำนวณปริมาณรังสี
โดยกระจายของปริมาณรังสีจะมีรูปร่างคล้ายกับรอยโรคมากขึ้น ซึ่งอาศัยหลัก
การปรับความเข้มของลำรังสีตามความหนาบางของก้อนมะเร็งในแต่ละทิศทางการเข้าของลำรังสี
เพื่อให้เกิดความเข้มของรังสีที่แตกต่าง
กัน
ซึ่งในแต่ละลำรังสีจะแบ่งการกระจายรังสีออกเป็นช่อง เรียกว่า beamlet
การกำหนดความเข้มโดยการคำนวณจากเครื่องคอมพิวเตอร์
วางแผนการรักษาด้วยวิธีการ
Inverse Planning
ซึ่งจะให้ความเข้มสูงบริเวณที่ก้อนมะเร็งหนาและความเข้มของรังสีจะลดลงบริเวณที่ก้อน
มะเร็งบาง
ทำให้ลำรังสีในแต่ละทิศทางมีความเข้มที่แตกต่างกัน
เมื่อนำความเข้มของแต่ละทิศทางมาคำนวณปริมาณรังสีร่วมกันจะได้การ
กระจายรังสีที่ครอบคลุมเฉพาะก้อนมะเร็ง
เทคนิคนี้จึงช่วยเพิ่มปริมาณรังสีให้แก่รอยโรคได้สูงขึ้นและเพิ่มผลการควบคุมโรคเฉพาะที่
อุปการณ์สำคัญในการกำบังรังสีและกำหนดรูปร่าง
เพื่อปรับความเข้มของลำรังสี
คือ Multileaf Collimator (MLC) มีลักษณะเป็นซี่
สามารถเคลื่อนที่เข้าออกในบริเวณลำรังสีได้
ทำให้สามารถสร้างรูปร่างของลำรังสีในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ซึ่ง MLC
จะถูกติดตั้งไว้
ที่หัวเครื่องฉายรังสี จำนวนซี่ 80-120 ซี่
เส้นการกระจายรังสีในตัวผู้ป่วยด้วยเทคนิค
IMRT จากเครื่องวางแผนการรักษา
4.
การฉายรังสีแบบหมุนรอบตัว
(Dynamic Arc Radiation Therapy) การฉายรังสีที่กำหนดทิศทางการฉายรังสี
โดยที่ลำรังสี
เคลื่อนที่
หรือหมุนและมีการกำหนดรูปร่างลำรังสีตามรูปร่างของก้อนมะเร็งด้วย MLC
ในแต่ละมุมที่หมุนรอบตัว โดยการคำนวณจาก
เครื่องคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา
ซึ่งจะได้เส้นการกระจายรังสีออกมาดังรูป
เทคนิคนี้เหมาะกับการที่ใช้กับก้อนมะเร็งที่รูปร่างค่อน
ข้างกลมและอยู่บริเวณกลางลำตัว
5.
การฉายรังสีแบบ Volumetric
Intensity Modulated Arc Therapy (VMAT)
เป็นเทคนิคใหม่ล่าสุดของการฉายรังสี ซึ่ง
พัฒนามาจากเทคนิคการฉายรังสีแบบ
IMRT กับ Dynamic Arc
เป็นการฉายรังสีแบบปรับความเข้มของลำรังสีพร้อมกับการที่ลำรังสี
เคลื่อนที่หรือหมุน
เทคนิคนี้จึงมีความยุ่งยากและซับซ้อน อาศัยการคำนวณที่ยุ่งยาก
โดยคอมพิวเตอร์วางแผนการรักษา ในการคำนวณ
ปริมาณรังสี
ซึ่งต้องอาศัยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
เพื่อควบคุมและคำนวณปริมาณรังสีให้มีความถูกต้องและแม่นยำ
ซึ่งเทคนิค
นี้สามารถควบคุมปริมาณรังสีแก่รอยโรคตามรูปร่างของ
ก้อนมะเร็งและช่วยลดปริมาณรังสีที่เนื้อเยื่อปกติรอบ ๆ ก้อนมะเร็ง
ทำให้ผล
ข้างเคียงจากการฉายรังสีลดลง
|