|
การดูแลตนเองของผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกราน
ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกรานอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบทางเดินอาหาร
ระบบอวัยวะสืบพันธุ์
ระบบทางเดินปัสสาวะได้ การปฏิบัติตนที่ถูกต้อง
จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น
ผลต่อระบบทางเดินอาหาร
การฉายแสงบริเวณนี้จะมีผลกระทบต่อลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่
และทวารหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลำไส้เล็ก ซึ่งมีความไวต่อรังสี ทำให้การดูดซึมอาหารลดลง การเคลื่อนไหวของลำไส้มากขึ้น
อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสีย ท้องอืด หรือเกิดอาการปวดถ่วงบริเวณทวารหนัก
อาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้
ท้องอืด ผู้ป่วยควรปฏิบัติ ดังนี้
1. ดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันอย่างสม่ำเสมอ
2. รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย
3. ควรรับประทานอาหารครั้งละน้อย ๆ
แต่บ่อยครั้ง
4. ควรรับประทานอาหารเสริม เช่น น้ำหวาน
น้ำผลไม้ น้ำขิง หรืออาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยที่จำหน่ายทั่วไป
อาการท้องเสีย
ผู้ป่วยควรปฏิบัติ ดังนี้
1. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องเสียมากยิ่งขึ้น เช่น นมสด ผักผลไม้
อาหารหมักดอง รสจัด
2. รับประทานอาหารอ่อนที่ดูดซึมง่าย เช่น น้ำซุป น้ำหวาน ขนมปังกรอบ ข้าวต้ม
โจ๊ก
3. ควรรับประทานอาหารครั้งละน้อย ๆ
แต่บ่อยครั้ง
4. ควรดื่มน้ำ หรือเครื่องดื่มผสมเกลือแร่
ORS
อาการปวดถ่วงบริเวณทวารหนัก
ผู้ป่วยควรปฏิบัติ ดังนี้
1. ถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา
ไม่ควรให้ท้องผูก
เพราะอุจจาระที่แข็งจะทำให้ลำไส้ที่กำลังอักเสบเกิดแผลและเลือดออกได้
2. หลีกเลี่ยงยาที่อาจระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น ยาแก้ปวด
หรือยาบำรุงเลือดบางชนิด เพราะอาจทำให้
เกิดการอักเสบ หรือระคายเคืองได้
3. หลีกเลี่ยงการนั่งยองๆ
เพราะจะทำให้เลือดคั่งบริเวณทวารหนักเส้นเลือดดำโป่งพอง ทำให้ปวดมากขึ้น
ผลต่ออวัยวะสืบพันธุ์
การฉายรังสีบริเวณช่องท้องและช่องเชิงกราน
จะมีผลกระทบต่ออวัยวะสืบพันธุ์ได้คือ จะมีผลกระทบต่อรังไร มดลูก ช่องคลอด
และต่อมผลิตสารหล่อลื่นภายในช่องคลอดอาจเกิดอาการช่องคลอดแห้ง
คัน หรืออาจเกิดตกขาว หรือมีน้ำใสๆ ไหลออกมาทาง
ช่องคลอด
ซึ่งเกิดจากการที่เนื้องอกถูกทำลายร่วมกับการอักเสบของเยื่อบุภายในช่องคลอดอาการเหล่านี้ไม่มีอันตรายใดๆ แต่อาจ ทำให้เกิดความรำคาญ
หรือการนำไปสู่การอักเสบหากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง ดังนั้น
ผู้ป่วยควรปฏิบัติ ดังนี้
1. ไม่ควรใส่กางเกง หรือกางเกงในที่มีขอบแข็ง หรือรัดแน่นจนเกินไป
2. หลังการถ่ายปัสสาวะ หรืออุจจาระ ควรทำความสะอาดด้วยน้ำและซับเบา ๆ ให้แห้ง
ไม่ควรเช็ดถูแรง ๆ
3. ในกรณีที่มีตกขาว
เลือดหรือน้ำเหลืองไหลออกมาทางช่องคลอด ควรใส่ผ้าอนามัย และควรเปลี่ยนบ่อยๆ ผ้าอนามัยที่ใช้
ควรเป็นชนิดแถบกาวที่ติดกับกางเกงใน
โดยใช้กางเกงในที่กระชับพอดี หรือชนิดห่วงที่มีสายโยง
จะช่วยลดการเสียดสีได้
4. ตกขาวที่ออกมามาก อาจทำให้เกิดการเหนอะหนะ รำคาญ มีกลิ่น
หรือเกิดการติดเชื้อได้ ดังนั้นผู้ป่วยควรสวนล้าง
ช่องคลอดด้วยน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็น
อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
5. ควรงดมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการฉายรังสี เพราะระหว่างการฉายรังสี
จะมีการอักเสบของเยื่อบุช่องคลอด ทำให้เกิดการ
ติดเชื้อได้ง่าย การฉายรังสีบริเวณช่องเชิงกราน
จะมีผลทำให้เป็นหมันได้ ในกรณีที่ท่านยังต้องการมีบุตร
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษา
จะเริ่มขึ้น เมื่อได้รับการฉายรังสีครบแล้ว
หลังจากนั้นประมาณ 1-2 เดือน
สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติและเป็นการป้องกันช่องคลอด
ตีบแคบด้วย
ผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ
การอักเสบของทางเดินปัสสาวะ
อาจเป็นผลเนื่องมากจากการฉายรังสีจากภายนอก
ผู้ป่วยอาจมีอาการถ่ายปัสสาวะบ่อย แสบขัด
หรือรู้สึกเสียวเวลาปัสสาวะ ปวดท้องน้อย
ซึ่งอาการเหล่านี้จะรุนแรงขึ้นในผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย
ข้อปฏิบัติ
1. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
2. เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะไม่ควรกลั้นปัสสาวะ
เพราะกระเพาะปัสสาวะอาจเกิดการอักเสบได้
3. เมื่อมีอาการปัสสาวะแสบขัด หรือมีปัสสาวะปนเลือด ควรรีบแจ้งแพทย์
การบริหารร่างกาย
1. ก้มตัวสลับกับแอ่นตัวไปข้างหลัง
2. ส่ายสะโพกเป็นวงกลมช้าๆ

3. นอนหงาย
วางมือราบกับพื้น
สะโพกและขาเหยียดตรง เริ่มบริหารโดยค่อย ๆ
งอเข่าและสะโพกข้างหนึ่งเข้าหาตัว
ให้เต็มที่ จากนั้นเหยียดสะโพกออกเล็กน้อย
โดยเข่ายังงออยู่ แล้วงอสะโพกเข้าไปเต็มที่อีกครั้ง
จากนั้นเหยียดเข่าและสะโพก
กลับสู่ท่าพักตอนแรก
ให้ทำเช่นเดียวกันในขาอีกครั้งหนึ่ง

4. ยืนตรง
มือข้างหนึ่งท้าวบนโต๊ะหรือฐานที่มั่นคง แกว่งขาไปข้างหน้าและหลังสลับกัน
ทำเช่นเดียวกันทั้ง 2 ข้าง
ในการบริหารท่านี้ต้องมั่นใจว่าสามารถยืนมั่นคงในเท้าข้างเดียวได้

5. ยืนตรง
กางขาออกทางด้านข้าง
และหุบกลับในท่าเดิมทำสลับกันในขาข้างซ้ายและขวา

6. นอนหงาย
งอเข่าและสะโพก
โดยให้มุมใต้เข่ากางประมาณ 60 องศา ฝ่าเท้าวางราบกับพื้น
จากนั้นหมุนสะโพกให้หัวเข่า
หมุนตามไปทางด้านขาตรงข้าม
ต่อไปกางออกให้เต็มที่และกลับสู่ท่าแรก พัก
และทำสลับข้างในท่าตามลำดับเช่นเดียวกัน นอกจากนี้
เวลานอนควรยกขาสูงเล็กน้อย
เพื่อไม่ให้เกิดการคั่งของเลือดในบริเวณขา

|