|
มะเร็งเต้านม
ทำไมต้องรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือฮอร์โมน และเลือกอย่างไร?
การรักษามะเร็งเต้านมนั้น
บ่อยครั้งที่จำเป็นต้องใช้เคมีบำบัด หรือฮอร์โมนรักษาร่วมด้วย
ทั้งนี้เพื่อให้การหายขาดของโรคสูงขึ้น
ป้องกันการกระจายจากการผ่าตัด
หรือรักษาเพื่อบรรเทาอาการในผู้ป่วยที่เป็นมากแล้ว
ข้อบ่งในการรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือฮอร์โมนมี 3
ประการคือ
1. การรักษาเสริม หมายความว่า
หลังจากผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดแล้ว พบว่าการรักษาเสริมด้วยเคมีบำบัด
หรือฮอร์โมน ในบางระยะ
หรือสภาวะของโรคจะทำให้โอกาสหายขาดสูงขี้น
2. การให้เคมีบำบัด หรือฮอร์โมนก่อนการผ่าตัด
โดยทั่วไปจะให้ในผู้ป่วยที่มะเร็งก้อนใหญ่ อักเสบ
มีการลุกลามไปยังผิวหนังหรือ
ต่อมน้ำเหลือง หากผ่าตัดก่อนอาจทำให้มะเร็งกระจายเข้ากระแสเลือด
หรือทางเดินน้ำเหลืองได้
3. การให้เคมีบำบัด หรือฮอร์โมน
ในผู้ป่วยที่โรคกระจายไปอวัยวะอื่นๆ แล้ว
ทั้งนี้เพื่อรักษาบรรเทาอาการต่างๆ ของผู้ป่วย
การเลือกใช้เคมีบำบัด หรือฮอร์โมน
ในการักษามะเร็งเต้านมนั้น ขึ้นกับ 2 ปัจจัยคือ ตัวผู้ป่วยเอง เช่น อายุ
ภาวะของประจำเดือน
สภาพทั่วๆ
ไปของผู้ป่วย อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ พยาธิสภาพของตัวมะเร็งเอง
ซึ่งมีความหลากหลาย เช่น ระยะของโรค ลักษณะเซลล์มะเร็งว่า
เป็นตัวแก่หรือตัวอ่อน
อัตราการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง หรือการตอบสนองของเซลล์มะเร็งต่อฮอร์โมน
เป็นต้น
สำหรับการเลือกวิธีการรักษาระหว่างเคมีบำบัด
หรือฮอร์โมนนั้น แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยนั้นๆ
เช่น ในผู้ป่วย
ที่มะเร็งลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว
มักจะใช้เคมีลำบัดในการรักษาเสริมหลังจากผ่าตัด
แต่ถ้าผู้ป่วยอายุมากแล้วและมะเร็งตอบสนองกับ
ฮอร์โมน
ก็ควรจะใช้ฮอร์โมนในการรักษาเพราะผู้ป่วยอาจทนภาวะข้างเคียงของเคมีบำบัดไม่ได้
ในบางสภาวะของโรคแพทย์อาจจะให้การ
รักษาทั้งเคมีบำบัดร่วมกับฮอร์โมน
ซึ่งจะทำให้โอกาสหายขาดของโรคสูงขึ้น
|