|
การสูบบุหรี่กับโรคมะเร็ง
ใจความสำคัญ
# การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้ถึง 87%
นอกจากนี้ยังสามารถทำให้เกิดมะเร็งกล่องเสียง มะเร็งช่องปาก มะเร็งคอหอย
มะเร็งหลอดอาหาร
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
(ดูคำถามที่ 1)
# ผู้ได้รับควันบุหรี่ในอากาศโดยมิได้สูบ เรียกว่า ผู้สูบบุหรี่มือสอง
(Secondhand smoker) มีอัตราการตาย 3,000 คนต่อปีในสหรัฐอเมริกา
(ดูคำถามที่ 2)
# บุหรี่มีสารเคมีมากมายหลายพันชนิด
ในจำนวนเหล่านี้มีถึง 60 ชนิดที่เป็นสารก่อมะเร็ง (ดูคำถามที่ 3)
# อัตราความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งและโรคจากการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการสูบ
(ดูคำถามที่ 4)
# การเลิกสูบบุหรี่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากและมีผลทันที
ซึ่งรวมไปถึงการลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดและมะเร็งอื่น ๆ
โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือด ในสมองตีบหรือเตก
และโรคปอดเรื้อรัง (ดูคำถามที่ 5)
การสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ป้องกันได้ ซึ่งช่วยลดการเสียชีวิตได้ถึง
30% ของการเสียชีวิตจากมะเร็งทั้งหมดในแต่ละปีในอเมริกา
นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังทำให้เกิดโรค
ปอดเรื้อรัง (ถุงลมโปร่งพองและปอดอักเสบเรื้อรัง),
โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก และต้อกระจก
การสูบบุหรี่ในระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้เกิดทารกตายระหว่าง คลอด ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย
การตายอย่างกระทันหันของทารก (SIDS) และภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์อื่น ๆ
การหยุดสูบบุหรี่จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคที่ กล่าวมาได้อย่างมาก
รวมไปถึงยังสามารถลดผลกระทบต่อเด็กได้ 1. บุหรี่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการเกิดมะเร็งได้อย่างไร? การสูบบุหรี่ทำให้เกิดการตายจากมะเร็งปอดได้ถึง 87%
ซึ่งมะเร็งปอดนั้นจัดว่าเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญจากโรคมะเร็งทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย
นอกจากนี้การสูบบุหรี่ ยังก่อให้เกิดมะเร็งมากมาย
เช่น มะเร็งกล่องเสียง, มะเร็งช่องปาก, มะเร็งคอหอย, มะเร็งหลอดอาหาร,
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ, มะเร็งไต, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Acute myeloid leukemia) 2. ผู้ไม่สูบบุหรี่จะมีปัจจัยเสี่ยงหรือไม่? นอกไปจากการสูบบุหรี่โดยตรงแล้ว
การได้รับควันบุหรี่จากสิ่งแวดล้อม (Secondhand smoker of environmental
tobacco smoke; ETS) ก่อให้เกิด มะเร็งปอด, โรคหัวใจและโรคระบบทางเดินหายใจในเด็ก
ได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
(การสูบบุหรี่จากสิ่งแวดล้อมนั้นประกอบไปด้วยการได้รับควันบุหรี่ที่เผาไหม้และควันที่ ผู้สูบบุหรี่หายใจออกมาจากปอด)
องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอเมริกา (U.S. Environmental Protection Agency;
EPA), สถาบันพิษวิทยาด้านสุขภาพสิ่งแวดล้อมอเมริกา (The National Institute of
Environmental Health Science's National Toxicology Program)
และองค์การอนามัยโลกด้านการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับมะเร็ง (WHO's
International Agency for research on
Cancer; IARC)
ได้จัดว่าการได้รับควันบุหรี่จากสิ่งแวดล้อมเป็นการก่อให้เกิดมะเร็ง
U.SEPA ประมาณการว่า การได้รับควันบุหรี่จากสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการตายจากมะเร็งปอดถึง
3,000 คน ในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่
และยังทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างในเด็ก 0-18 เดือน 300,000
คนต่อปีในอเมริกา 3. สารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายในควันบุหรี่คืออะไร? ควันบุหรี่ประกอบไปด้วยสารเคมีประมาณ 4,000 ชนิด
ซึ่งรวมไปถึงสารก่อมะเร็งถึง 60 ชนิด สารต่าง ๆ เหล่านี้ เช่น
คาร์บอนมอนออกไซด์, ทาร์, สารหนู (Arsenic) และตะกั่วเป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์
นิโคตินเป็นสารเสพติดที่อยู่ในยาสูบตามธรรมชาติและทำให้เกิดการเสพติดในผลิตภัณฑ์ยาสูบ
รวมไปถึงบุหรี่ นิโคตินถูกดูดซึมเข้าสู่กระแส เลือดและไปยังสมองได้อย่างรวมเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาทีระหว่างการสูบบุหรี่
ซึ่งการก่อให้เกิดการเสพติดของนิโคตินนี้เหมือนกับการเสพติดในเฮโรอีนและโคเคน 4. การได้รับควันบุหรี่ส่งผลกระทบต่อผู้สูบได้อย่างไร? การสูบบุหรี่ก่อให้เกิดอันตรายเกือบทุกอวัยวะของร่างกาย
อัตราการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ เช่น มะเร็งต่าง ๆ,
โรคหัวใจ, โรคเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก, โรคทางเดินหายใจนั้นจะเพิ่มขึ้นเมื่อผู้สูบได้รับควันบุหรี่มากขึ้น
การสูบบุหรี่มากขึ้นนี้หมายถึงจำนวนมวนที่สูบต่อวัน, ปริมาณของการสูบ
(เช่นขนาดและความถึ่ของบุหรี่), อายุที่เริ่มสูบบุหรี่, จำนวนปีที่สูบบุหรี่ และการได้รับควันบุหรี่จากสิ่งแวดล้อม (Secondhand smoke) 5. การหยุดสูบบุหรี่จะส่งผลกระทบต่อการเกิดมะเร็งและโรคอื่น ๆ ได้อย่างไร? การหยุดสูบบุหรี่ทำให้เกิดประโยชน์อย่างทันทีและมากมายต่อสุขภาพ
การหยุดสูบนั้นจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดและมะเร็งต่าง ๆ,
โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตก
และโรคปอดเรื้อรัง
ยิ่งผู้สูบหยุดบุหรี่เร็วเท่าไรก็ยิ่งก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพมากขึ้นเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น มีการวิจัยที่บอกว่าคนที่เลิกสูบบุหรี่ ก่อนอายุ
50 ปี จะลดปัจจัยเสี่ยงต่อการตายใน 15
ปีข้างหน้าได้ถึงครึ่งหนึ่งเมือเทียบกับผู้ที่ยังสูบบุหรี่ต่อ
การสูบบุหรี่ที่มีสารต่าง ๆ เช่น ทาร์และนิโคตินน้อย (Low-yield cegarettes) ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพอย่างชัดเจน (NCI fact sheet Questions and Answer About Smoking Cessation ใน http://www.cancer.gov/cancertopics/factsheet/Tobacco/cessation ) 6. ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.cancer.gov/cancerinfo/tobacco http://www.smokefree.gov (ข้อมูลเกี่ยวกับการเลิกสูบบุหรี่) http://www.cdc.gov/tobacco
|