โภชนบำบัด
วิธีการของการรักษาด้านโภชนาการ
การให้อาหารแก่ผู้ป่วยที่ไม่สามารถกินอาหารได้ตามปกติ
แม้ว่าการกินอาหารทางปากตามปกติจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมและควรทำมากที่สุด
แต่ในผู้ป่วยบางท่านไม่
สามารถรับอาหารได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายเนื่องจากการของโรคมะเร็งหรือผลจากการรักษา
เช่น
ผู้ป่วยโรคมะเร็งบริเวณศีรษะ ลำคอ หลอดอาหาร หรือกระเพาะอาหาร
เป็นต้น ผู้ป่วยอาจมีความจำเป็นที่จะ
ต้องรับอาหารทางท่อสายยางเข้าสู่กระเพาะอาหารหรือให้ทางเส้นเลือด
โดยรับสารอาหารในสูตรต่างๆ โดยมาก
มักเป็นของเหลวที่ประกอบด้วย น้ำ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน และ/หรือเกลือแร่ ซึ่งเลือกให้ตามความ
ต้องการและวิธีการให้สารอาหาร
แม้ว่า
การให้สารอาหารเสริมจะสามารถช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้แต่วิธีการนี้ก็อาจจะมีความ
เสี่ยงและข้อเสียที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ
โดยหนึ่งในความเสี่ยงก็คือขณะนี้ยังไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าสารอาหาร
เหล่านั้น จะส่งผลต่อการเติบโตของมะเร็ง อย่างไร นอกจากนี้ การให้สารอาหาร
แต่ละวิธียังมีผลดีและผลเสียต่างกัน
เช่น การให้ผ่านระบบทางเดินอาหาร
จะทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานได้อย่างปกติและมีความยุ่งยากในการดำเนิน
การน้อยกว่า
การให้ทางเส้นเลือด
ดังนั้นจึงควรมีการปรึกษากับคนไข้ในประเด็นเหล่านี้ก่อนทำการรักษา
การให้อาหารเสริม
มีประโยชน์ในผู้ป่วยที่มีอาการต่อไปนี้
- น้ำหนักตัวน้อย
- ไม่สามารถดูดซึมอาหารได้
- มีรูหรือการรั่วไหลในกระเพาะอาหารหรือช่องท้อง
- ไม่สามารถดื่มหรือกินอาหารได้เป็นเวลานานกว่า
5 วัน
- มีความเสี่ยงของการขาดสารอาหารในระดับปานกลางขึ้นไป
- ผู้ป่วยและผู้ดูแลสามารถดำเนินการให้อาหารทางสายยางได้ที่บ้าน
Enteral
Nutrition (การให้สารอาหารผ่านระบบทางเดินอาหาร)
ซึ่งการให้สารอาหารวิธีนี้รวมถึงการให้สารอาหารทางสายยางด้วย
Enteral Nutrition
คือการให้อาหารในรูปของเหลวให้แก่ผู้ป่วยผ่านทางสายยางที่ต่อเข้ากับกระเพาะอาหาร
หรือลำไส้เล็ก ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปต่างๆ ได้แก่
- การให้อาหารทางสายยางที่เข้าสู่กระเพาะ/ลำไส้เล็กผ่านทางจมูกและคอ
ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมสำหรับการ
ให้อาหารในระยะสั้น
- การให้อาหารทางสายยางผ่านรูเปิดบนหน้าท้อง
ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมสำหรับการให้อาหารในระยะยาว
หรือในผู้ป่วยที่ไม่สามารถให้อาหารผ่านทางจมูกและคอได้
Enteral Nutrition สามารถดำเนินการได้ในหลายรูปแบบ
การให้อาหารผ่านทางสายยางที่ต่อเข้ากับกระเพาะอาหารนั้นจะสามารถให้อาหารได้ทั้งในลักษณะต่อเนื่อง
หรือในลักษณะให้หลายๆ ครั้งต่อวัน
ขณะที่การให้อาหารโดยต่อเข้ากับลำไส้เล็กนั้นทำให้ส่งผ่านอาหารได้อย่างต่อ
เนื่องและสามารถเลือกสูตรของสารอาหารที่ให้ได้ตามความเหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วยด้วย
แม้ว่า Enteral Nutrition
จะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถทานอาหารทางปากได้หรือทานได้ไม่เพียงพอ แต่วิธี
การนี้ควรใช้เป็นเพียงวิธีเสริมให้ผู้ป่วยสามารถได้รับอาหารได้อย่างเพียงพอเท่านั้น
โดยผู้ป่วยควรที่จะพยายามรับ
สารอาหารด้วยวิธีการปกติเท่าที่ผู้ป่วยจะสามารถทำได้ด้วย
Enteral
Nutrition เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ยังมีการทำงานของระบบทางเดินอาหารอยู่
Enteral Nutrition
เป็นวิธีการที่ยังคงใช้การทำงานของกระเพาะและลำไส้ของผู้ป่วยในการรับและย่อย
อาหาร วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งบริเวณศีรษะ
คอ ระบบย่อยอาหารและผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดในการทานตามปกติ
เนื่องมาจากผลข้างเคียงของเคมีและรังสีบำบัด
Enteral Nutrition
ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยที่มีอาการต่อไปนี้
- ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการทำงานของกระเพาะและลำไส้หรือมีการตัดกระเพาะ/ลำไส้ออกไป
- ผู้ป่วยที่มีภาวะการอุดตันของลำไส้
- ผู้ป่วยที่มีอาการ
อาเจียน และหรือถ่ายเหลว
- ผู้ป่วยที่มีอาการเกล็ดเลือดต่ำ
- ผู้ป่วยที่มีจำนวนเม็ดเลือด
(ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด) ในระดับต่ำ
Enternal
Nutrition ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องแม้ว่าผู้ป่วยจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว
ในกรณีที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับ Enteral Nutrition
หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล
จะต้องได้รับการฝึกฝนการใช้สายยาง
และการดูแลตัวผู้ป่วย นอกจากนี้ที่พักของผู้ป่วยจะต้องสะอาดและตัวผู้ป่วย
จะต้องได้รับการตรวจโดยทีมงานโภชนาการเป็นประจำ
Parenteral
Nutrition (การให้สารอาหารทางเส้นเลือด)
Parenteral Nutrition
เป็นการให้สารอาหารแก่ผู้ป่วยผ่านทางระบบเลือด โดยจะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วย
ไม่สามารถรับอาหารทางปากหรือทาง Enteral
Feeding ได้ โดยจะเป็นการให้สารอาหารเข้าสู่ระบบเลือดโดย
ตรงผ่านทางเข็ม Catheter โดยไม่ผ่านระบบการย่อยอาหารของผู้ป่วย
ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่
- กระเพาะอาหารและลำไส้ถูกตัดออกไปหรือไม่สามารถทำงานได้
- มีอาการถ่ายเหลว อาเจียน
- มีอาการเจ็บในช่องปาก
หรือ หลอดอาหาร
- มีรูรั่วในกระเพาะอาหาร
หรือ หลอดอาหาร
- มีอาการสูญเสียมวลร่างกายและกล้ามเนื้อ
Enteral Nutrition
สายให้สารอาหาร
อาจถูกต่อเข้ากับเส้นเลือดดำเข้าสู่บริเวณหน้าอกหรือต้นแขน
สายให้สารอาหาร
จะถูกต่อเข้ากับเส้นเลือดดำผ่านทางผิวหนังบริเวณหน้าอกส่วนบน เรียกว่า
Central
Venous Catheter ส่วน
Peripheral Venous Catheter
จะถูกสอดเข้าสู่เส้นเลือดดำที่ต้นแขนโดยทีมแพทย์
เพื่อใช้สำหรับการให้อาหารในระยะสั้น หลังจากที่มีการสอดสายยางแล้ว
ผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจอาการติดเชื้อ
หรือเลือดออกบริเวณที่สอดสายยางอยู่เสมอ
ควรงดยาบางประเภทที่ให้โดยการฉีดเข้าเส้นเลือด
ยาและสารบางประเภทอาจจะไม่ปลอดภัยเมื่อมีการผสมกับสารอาหารที่ให้ผ่านทางเส้นเลือด
ดังนั้นจึงควร
มีการปรึกษากับเภสัชกร/แพทย์ก่อนการผสมยาหรือสารอื่นๆ
ทุกครั้ง
การใช้
Parenteral Nutrition
ควรได้รับการดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ผ่านการฝึกฝน
ทักษะแล้ว
การใช้ Parenteral Nutrition
ควรได้รับการดูแลโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนมา เนื่อง
จากผู้ป่วยอาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆ ได้เช่น
- การใส่และวางปลายสายอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง
- เกิดก้อนแข็งตัวของเลือด
- ภาวะปอดล้มเหลว
- ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป
- ระดับโปแตสเซียมในเลือดต่ำ
- ระดับเอนไซม์ของตับมีค่าสูงขึ้น
Parenteral
Nutrition ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องแม้ว่าผู้ป่วยจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว
ในกรณีที่ผู้ป่วยจะต้องได้รับการ
Parenteral Nutrition หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว
ทั้งผู้ป่วย
และผู้ดูแลจะต้องได้รับการฝึกฝนการใช้สายยาง
ปั๊มและการดูแลตัวผู้ป่วย
นอกจากนี้ที่พักของผู้ป่วยจะต้องสะอาด
และตัวผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจโดยทีมผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ
การถอด/ยกเลิก
Parenteral Nutrition Support ควรดำเนินการโดยบุคลากรทางการแพทย์
ที่มีประสบการณ์
การถอด/ยกเลิก Parenteral Nutrition Support
ควรดำเนินการภายใต้การดูแลโดยบุคลากรทาง
การแพทย์ โดย Parenteral Nutrition นี้ควรค่อยๆ
ลดปริมาณลงก่อนจะยกเลิกและเปลี่ยนไปให้อาหารโดยวิธี
อื่น เช่น Enteral Nutrition หรือการให้อาหารทางปาก
การแนะนำด้านโภชนาการเพื่อการบรรเทาอาการของผู้ป่วย
ในกรณีที่ผลข้างเคียงจากโรคมะเร็งหรือจากการรักษาส่งผลกระทบต่อการกินอาหารของผู้ป่วย
ควรมี
การปรับเปลี่ยนอาหารเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยจะสามารถได้รับสารอาหารที่จำเป็นได้อย่างเพียงพอ
โดยในกรณีนี้
อาจจะมีการให้ยาเพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร และเน้นอาหารที่ให้ พลังงาน
โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่สูง
ควบคู่ไปกับการวางแผนทางโภชนาการที่เหมาะสมกับความต้องการสารอาหารและชนิดอาหารที่ผู้ป่วยพึงพอ
ใจในรสชาติ
|