การตรวจคัดกรองและประเมินผล

เป้าหมายของโภชนบำบัด

วิธีการของการรักษาด้านโภชนาการ

โภชนาการสำหรับมะเร็งระยะลุกลาม

ประโยชน์และความเสี่ยงของการให้สารอาหารเสริม

ข้อแนะนำสำหรับการกินเพื่อสุขภาพที่ดี

การป้องกันมะเร็ง


โภชนบำบัด


โภชนาการสำหรับมะเร็งระยะลุกลาม (Nutrition in Advance Cancer)
ผลข้างเคียงทางด้านสารอาหาร อาจเกิดขึ้นหรือมีอาการทรุดลงเมื่อโรคมะเร็งลุกลามมากขึ้น
อาการข้างเคียงทางด้านสารอาหาร ที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยมะเร็งที่มีอาการรุนแรง ได้แก่
  • อาการที่ทำให้เกิดการอ่อนเพลีย น้ำหนัก ไขมัน และกล้ามเนื้อลีบลง
  • น้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 10% ของน้ำหนักตัวปกติ
  • ไม่สามารถกินอาหารได้เต็มที่
  • ผายลม
  • เบื่ออาหาร
  • ท้องผูก
  • ปากแห้ง
  • รสนิยมในด้านอาหารเปลี่ยนไป
  • อาเจียน
  • กลืนลำบาก
การรักษาอาการในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลามนั้นทำเพื่อบรรเทาอาการและเพิ่ม
คุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
เป้าหมายของการ Palliative Care คือ การเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ซึ่งการดูแล
อาการ ดังกล่าวนี้รวมถึงการป้องกันหรือการรักษาอาการ, ผลข้างเคียงตั้งแต่ที่เริ่มมีอาการ และยังครอบคลุมไป
ถึงปัญหาด้านจิตใจ และสังคมด้วย
มะเร็งระยะแพร่กระจายและการดูแลแบบประคับประคอง
อาการป่วยที่พบได้ทั่วไปในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะลุกลาม ได้แก่ การกินอาหารได้น้อยลงเนื่องจากมีปัญหา
ในการกลืน ในกรณีนี้ผู้ป่วยควรได้รับสารอาหารในรูปอาหารอ่อนหรืออาหารเหลวมากกว่า และผู้ป่วยอาจจะสามารถ
กลืนอาหารเหลวที่มีลักษณะน้ำข้นได้ดีกว่าน้ำใส นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีอาการในระยะสุดท้ายอาจจะไม่มีอาการหิวหรือ
อยากอาหาร และสามารถรับอาหารได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เมื่อโรคมะเร็งมีอาการรุนแรงขึ้นควรมีการดูแลด้านโภชนาการในด้านความสุขและความชื่นชอบในการรับ
ประทานอาหารมากขึ้น นอกเหนือจากการดูแลในเรื่องของพลังงานและสารอาหารตามปกติ
ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักนี้อาจจะต้องมีการผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆ ในด้านอาหารลงโดยคำนึงถึงความต้อง
การและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้มากขึ้น เช่น การลดการจำกัดของหวานในผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ก็ยังคงควรที่จะ
จำกัดในเรื่องที่จำเป็นเช่น การให้อาหารอ่อนในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน ,มดลูก,รังไข่ หรือมะเร็งที่อื่นๆ ที่ส่งผลกระทบ
ต่อบริเวณช่องท้อง เพื่อป้องกันภาวะลำไส้อุดตัน







ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 webmaster chonlakiet@chulacancer.net