เครื่องจำลองการรักษา

ก่อนที่จะทำการรักษาผู้ป่วยด้วยรังสี จำเป็นที่จะต้องมีการจำลองการรักษาก่อน เพื่อให้ทราบถึงตำแหน่ง ขนาดและรูปร่างที่แท้จริง

ของก้อนเนื้อร้ายและอวัยวะปกติที่อยู่รอบข้างก้อนเนื้อร้าย โดยทางสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

มีเครื่องจำลองการรักษาที่ทันสมัยเทียบเท่าสถาบันชั้นนำอื่นๆ ของโลก ซึ่งทางสาขามีเครื่องจำลองการรักษาทั้ง 2 ชนิดที่ทั่วโลกนิยมใช้กัน

ได้แก่

1. เครื่องจำลองการรักษาแบบ 2 มิติ

Varian Acuity Simulator เป็นเครื่องจำลองการรักษาที่สามารถให้รังสีเอกซ์ใน 2 ระบบ คือ ระบบถ่ายภาพนิ่งสำหรับดูภาพบนฟิล์ม

และระบบถ่ายภาพเคลื่อนไหวสำหรับดูการเคลื่อนไหวของอวัยวะขณะนั้นบนจอคอมพิวเตอร์

เครื่องจำลองการรักษาชนิดนี้จำลองลักษณะการทำงานทางกายภาพทุกอย่างมาจากเครื่องฉายรังสีจึงมีรูปร่าง ลักษณะภายนอกคล้าย

เครื่องฉายรังสีแต่มีสิ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนคือ พลังงานโดยพลังงานของรังสีจากเครื่องฉายแสงเป็นพลังงานระดับสูง (ล้านโวลเตจ;

โคบอลต์-60 หรือ เครื่องเร่งอนุภาค) เนื่องจากต้องการทำเซลล์ที่ผิดปกติแต่พลังงานของรังสีเอกซ์จากเครื่องจำลองการรักษาเป็นพลังงาน

ระดับต่ำ (กิโลโวลเตจ) เนื่องจากต้องการเพียงภาพที่จะนำมาวางแผนการรักษาเท่านั้น

เครื่องจำลองการรักษาเครื่องนี้เป็นเครื่องถ่ายภาพด้วยรังสีเอกซ์แบบ 2 มิติ ที่เป็นระบบดิจิตอลสามารถปรับภาพรังสีที่ดำเกินไปหรือ

ขาวเกินไปให้อยู่ในระดับความดำที่เหมาะสมจากจอคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องถ่ายภาพเอกซเรย์ใหม่เหมือน

เครื่องจำลองการรักษาแบบ 2 มิติรุ่นเดิมๆ ที่ต้องใช้ฟิล์มแสดงภาพทางรังสี จึงเป็นการลดปริมาณรังสีที่ไม่จำเป็นแก่ผู้ป่วยลงได้ และเนื่อง

จากเป็นเครื่องจำลองการรักษาระบบดิจิตอล จึงสามารถส่งทั้งข้อมูลและภาพรังสีผ่านระบบเครือข่ายได้โดยตรง ทำให้ลดปัญหาการวางแผน

การรักษาผู้ป่วยผิดคนได้อีกทาง

   เครื่องจำลองการรักษาแบบ 2 มิติ (Acuity Simulator)

2. เครื่องจำลองการรักษาแบบ 3-4 มิติ

เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับจำลองการรักษาแบบ 3 มิติ ที่สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา เป็นเครื่องรุ่น GE LightSpeed

RT CT Simulator ชนิดหมุนต่อเนื่อง เป็นเครื่องจำลองการรักษาแบบ 3 มิติ เครื่องแรกในประเทศไทยที่มีลักษณะของตัวรับภาพเป็นแบบ

หลายแถว (multislice detector; MDCT) ทำให้สามารถถ่ายภาพได้ 4 ภาพต่อรอบการหมุน สามารถแสดงภาพออกมาเป็นภาพ 3 มิติ

จึงแก้ปัญหาการซ้อนทับของอวัยวะภายในที่เป็นข้อจำกัดของภาพแบบ 2 มิติได้ และยังสามารถแยกรายละเอียดของอวัยวะแต่ละชนิดได้

อย่างชัดเจน

เครื่องจำลองการรักษาแบบ 3 มิตินี้ มีลักษณะและการทำงานเหมือนเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่มีลักษณะเด่นที่แตกต่าง

จากเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วไป 4 ประการ คือ เครื่องจำลองการรักษาแบบ 3 มิติ มี

ก. เตียงที่แบนราบเหมือนเตียงในห้องฉายรังสี เนื่องจากต้องการให้ผู้ป่วยนอนอยู่ในลักษณะท่าทางเดียวกันกับระหว่างการฉายรังสี

ข. โพรงสำหรับให้ผู้ป่วยผ่านมีขนาดใหญ่กว่าของเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วไป (เส้นผ่านศูนย์กลาง 80 ซม.) เนื่องจากในการ

รักษาผู้ป่วยด้วยรังสีจะต้องฉายรังสีหลายครั้ง อาจใช้เวลามากกว่า 1 เดือน ดังนั้นอุปกรณ์ยึดจับ (Immobilization) แบบต่างๆ จึงเป็นสิ่ง

จำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้ป่วยอยู่นิ่งในระหว่างการฉายรังสีแต่ละครั้ง เครื่องจำลองการรักษาแบบ 3 มิติจึงออกแบบโพรงให้มีขนาดใหญ่

ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อที่จะสามารถให้ผู้ป่วยพร้อมอุปกรณ์ยึดจับผ่านเข้าไปได้

ค. เลเซอร์ภายนอกเครื่องจำลองการรักษา อุปกรณ์ชนิดนี้ถูกยึดติดไปกับผนังและเพดานห้อง ทำให้ตำแหน่งของเลเซอร์คงที่มากๆ 

โดยเลเซอร์มีหน้าที่ช่วยจัดท่าผู้ป่วยให้อยู่ตำแหน่งเดิม โดยชุดเลเซอร์ของทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นแบบพิเศษที่สามารถเคลื่อนที่ได้

ทั้ง 6 ทิศทาง (บน-ล่าง,ซ้าย-ขวา,หน้า-หลัง) จึงสามารถใช้กำหนดขอบเขตที่ต้องการทำการรักษาได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ

ง. โปรแกรมสำหรับจำลองการรักษา โปรแกรมนี้สามารถจัดวางลำรังสีและกำหนดตำแหน่งของอุปกรณ์กำบังลำรังสี รวมถึงอุปกรณ์

ตกแต่งลำรังสีบนจอคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง ดังนั้นผู้ป่วยจึงไม่ต้องเสียเวลารอในระหว่างที่แพทย์ทำการจำลองการรักษา สามารถกลับบ้านได้

ทันทีหลังสร้างภาพเอกซเรย์เสร็จ

นอกจากนี้เครื่องจำลองการรักษาเครื่องนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นเครื่องจำลองการรักษาแบบ 4 มิติ (3 มิติ+เวลา) ได้ด้วย (เป็นเครื่องแรก

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และปัจจุบันในประเทศไทยมีอุปกรณ์ลักษณะนี้เพียง 4 สถาบันเท่านั้น) เนื่องจากมีชุดอุปกรณ์ตรวจสอบ

การเคลื่อนของก้อนเนื้อร้ายตามจังหวะการหายใจของผู้ป่วย (Respiratory Gaing) เพิ่มขึ้นมา อุปกรณ์ชนิดนี้เป็นประโยชน์อย่างมากใน

ผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้อร้ายอยู่ในอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาที่เราไม่สามารถควบคุมได้ นั่นคือบริเวณทรวงอกและช่องท้องส่วนบน โดย

เฉพาะอย่างยิ่งถ้าก้อนเนื้อร้ายอยู่ในปอด ซึ่งก้อนเนื้อร้ายจะมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา ถ้าไม่มีอุปกรณ์ชุดนี้จะทำให้ไม่ทราบลักษณะการเคลื่อน

ที่แท้จริงของตัวก้อน จึงอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง

เครื่องจำลองการรักษาแบบ 3-4 มิติ (CT Simulator)

ตัวอย่างภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บริเวณปอดในแนวหน้า-หลัง ที่ได้จากการสร้างภาพจาก (ก) เครื่องจำลองการรักษาแบบ 3 มิติ

เปรียบเทียบกับภาพจาก (ข) เครื่องจำลองการรักษาแบบ 4 มิติ ที่มีความแน่นอนของตำแหน่งอวัยวะภายในที่ชัดเจนกว่า

   

(ก)(ข)







ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน