การวางแผนการฉายรังสีอย่างแม่นยำยิ่งขึ้นด้วย
เครื่องจำลองการฉายรังสีด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI simulation)
เป็นที่ทราบกันดีว่า การตรวจวินิจฉัยด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้น เป็นการตรวจวินิจฉัยหลักของ รอยโรค
ในสมองไขสันหลัง และเนื้อเยื่ออื่นๆ เพราะมีข้อดีเหนือกว่าการตรวจด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์คือ แพทย์สามารถ
แยกแยะความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ได้ดีทำให้สามารถมองเห็นความผิดปกติในร่างกายได้ชัดเจนและละเอียด
ยิ่งขึ้น
ในการวางแผนฉายรังสีทั้งแบบ 3 มิติและแบบปรับความเข้ม แพทย์จะทำการวางแผนโดยอิงจากรูปเอ็กซเรย์
คอมพิวเตอร์เป็นหลัก ซึ่งถึงแม้จะทำได้ดีแต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บางส่วน
การจำลองการฉายรังสีด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าร่วมกันกับการจำลองการฉายด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
จะช่วยให้การฉายรังสีนั้นมีความละเอียดแม่นยำยิ่งขึ้น และทำให้แพทย์สามารถเห็นขอบเขตของก้อนได้ชัดเจนมากขึ้น
การวางแผนด้วยเครื่องจำลองการฉายรังสีด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีความแตกต่างจากการตรวจด้วยภาพ
สะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทั่วไป คือ เป็นการตรวจเพื่อจำลองการฉายรังสี. มีการจัดท่าผู้ป่วยด้วยอุปกรณ์พิเศษป้องกันการ
ขยับเขยื้อน ซึ่งเป็นอุปกรณ์และการจัดตำแหน่งที่เหมือนกับขณะฉายรังสี นอกจากนั้นผู้ป่วยจะตรวจโดยนอนบนเตียงที่เป็น
เตียงลักษณะเดียวกันกับห้องฉายรังสีอีกด้วย
ขั้นตอนในการจำลองการฉายรังสีด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
1. จัดท่าผู้ป่วยโดยใช้อุปกรณ์พิเศษป้องกันขยับเขยื้อน ให้อยู่ในตำแหน่งและท่าทางที่เหมาะสมกับการฉายรังสี
2. จำลองการฉายรังสีด้วยเครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
3. เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังเครื่องจำลองการฉายรังสีด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำการจำลองการฉาย
4. แพทย์จะนำข้อมูลจากการจำลองการฉายรังสีทั้ง 2 มาประกอบกันเพื่อใช้ในการวางแผนโดยใช้เทคนิคต่างๆต่อไป
ขั้นตอนทั้งหมดเหล่านี้จะใช้เวลาโดยรวมประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น
สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นแห่งแรกในเอเชียที่มีการใช้เทคโนโลยี
ในการจำลองการฉายรังสีด้วยภาพสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านี้