มะเร็งต่อมน้ำลาย

            ร่างกายเรามีต่อมน้ำลายหลัก อยู่ 3 คู่ ประกอบด้วย                                                                                        

            1.ต่อมน้ำลายหน้าหู (Parotid gland) เป็นต่อมน้ำลายที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อยู่บริเวณหน้าหูทั้ง 2 ข้าง อ้อมลงมาที่ติ่งหู

และอ้อมไปด้านหลังเล็กน้อย มีท่อน้ำลาย ไปเปิดบริเวณกระพุ้งแก้มในตำแหน่งที่ตรงกับฟันกรามบนซี่ที่ 2

            2.ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (Submandibular gland) เป็นต่อมน้ำลายขนาดกลาง ที่อยู่ใต้ขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง มีท่อ

น้ำลายวิ่งมาตามพื้นปากและมีรูเปิดอยู่ที่พื้นปาก ใต้ต่อปลายลิ้นทางด้านหน้า

            3.ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น (Sublingual gland) เป็นต่อมน้ำลายหลักที่มีขนาดเล็กที่สุด อยู่บริเวณใต้ลิ้น

                               

            เนื้องอกของต่อมน้ำลาย มีทั้งแบบไม่ร้าย และเนื้องอกแบบร้าย หรือที่เรียกกันว่า เป็นมะเร็งนั่นเอง จากอุบัติการณ์

พบว่า ต่อมน้ำลายที่มีขนาดเล็ก จะมีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากกว่า มีหลักในการจำง่ายๆ คือ ต่อมน้ำลายหน้าหูซึ่งเป็นต่อมน้ำลาย

ที่ใหญ่ที่สุด มีโอกาสเป็นมะเร็ง 25% ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรมีโอกาสเป็นมะเร็ง 50% และต่อมน้ำลายใต้ลิ้นมีโอกาสเป็นมะเร็ง

ประมาณ 75%

อาการ

            - มีก้อนบริเวณต่อมน้ำลาย ซึ่งมักค่อยๆโตขึ้น และมักไม่ค่อยมีอาการอะไร ผู้ป่วยอาจคลำพบก้อนโดยบังเอิญ

            หรือมีคนทัก หรือไปรับการตรวจร่างกายประจำปีแล้วพบ

            - อาจมาด้วยอาการต่อมน้ำลายอักเสบจากก้อนอุดกั้นทางเดินน้ำลาย เมื่อต่อมน้ำลายยุบบวม จึงตรวจพบก้อน   

ระยะของโรค

            มะเร็งต่อมน้ำลายเป็นมะเร็งที่ไม่ค่อยมีการแพร่กระจายตามกระแสโลหิต (แต่ถ้ามีมักจะกระจายไปที่ปอด)

ส่วนใหญ่จะเป็นการลุกลามเข้าอวัยวะข้างเคียง และไปต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอ มะเร็งต่อมน้ำลาย แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่

                - ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก ยังลุกลามอยู่เฉพาะในต่อมน้ำลาย

                - ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งขนาดโตขึ้น แต่ยังลุกลามอยู่เฉพาะในต่อมน้ำลาย

                - ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งขนาดโตมาก และ/หรือ ลุกลามเข้าเนื้อเยื่อข้างเคียง และ/หรือลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง

                ที่คอ แต่ขนาดต่อมน้ำเหลือยังเล็กอยู่

                - ระยะที่ 4 โรคลุกลามและยึดติดกับอวัยวะข้างเคียง และ/หรือ ลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่คอ และต่อมน้ำเหลือง

                มีขนาดโต หรือลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองหลายต่อม และ/หรือ มีการแพร่กระจายทางกระแสโลหิตไปยังอวัยวะที่อยู่

                ไกลออกไป เช่น ปอด

ความรุนแรงของมะเร็งต่อมน้ำลาย

                - ระยะของโรค ระยะยิ่งสูงขึ้น ความรุนแรงก็มากขึ้น

                - ชนิดของเซลล์มะเร็ง

                - การแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ถ้ามีการแบ่งตัวสูง ความรุนแรงของโรคก็สูงขึ้น

                - การที่สามารถผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกได้หมด จะควบคุมโรคได้ดีกว่า การผ่าตัดไม่ได้หรือผ่าตัดออกได้

                เพียงบางส่วน

วิธีการรักษา

            การรักษามะเร็งต่อมน้ำลาย มี 2 วิธี คือ การผ่าตัดและการฉายรังสี ภายหลังการผ่าตัดก้อนมะเร็งออกแล้ว แพทย์จะ

มีการตรวจก้อนเนื้อทางพยาธิวิทยา เพื่อดูข้อบ่งชี้ว่าจะต้องให้รังสีรักษาด้วยหรือไม่

            การผ่าตัด เป็นการรักษาหลัก ยกเว้นในกรณีที่ก้อนเนื้อนั้น มีขนาดใหญ่มากหรือตำแหน่งของก้อนเนื้อนั้น อยู่ชิดกับ

กระดูกขากรรไกร แพทย์ผู้รักษาจึงจะใช้วิธีการฉายรังสี  การผ่าตัดเนื้องอกบริเวณต่อมน้ำลายหน้าหู จำเป็นต้องลงแผลค่อนข้าง

ยาว เนื่องจากมีความจำเป็นต้องเข้าไปหาเส้นประสาทที่มาเลี้ยงใบหน้า และเก็บไว้ให้กับผู้ป่วย หากเกิดอันตรายกับเส้นประสาท

เส้นนี้จะทำให้กล้ามเนื้อที่แสดงอารมณ์ของใบหน้าทำงานผิดปกติ เช่น ปิดตาไม่สนิท ปากเบี้ยวเวลายิ้มหรือทำปากจู๋ ซึ่งอาจเป็น

ชั่วคราว (ประมาณ 1-2 เดือน) หรือเป็นแบบถาวร ในกรณีที่ช้ำมาก หรือถูกตัดขาดเป็นต้น หากเป็นเนื้องอกของต่อมน้ำลายใต้

ขากรรไกรก็แนะนำให้ตัดออกเช่นเดียวกัน โดยจะลงแผลบริเวณใต้ขากรรไกร ความยาวประมาณ 4-5 ซม. แล้วเข้าไปตัดเนื้องอก

ออก บริเวณนี้จะมีเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงมุมปาก รวมทั้งเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ลิ้น ซึ่งต้องทำการผ่าตัดด้วยความระมัดระวัง

หลังการผ่าตัด แพทย์จะส่งชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา หากเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้าย ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มเติม แต่หาก

โชคไม่ดีเป็นเนื้องอกชนิดร้ายหรือเป็นมะเร็ง การรักษาขั้นตอนต่อไป จะขึ้นกับชนิดของเซลมะเร็ง บางชนิดอาจไม่ต้องทำอะไร

เพิ่มเติม ใช้ติดตามการรักษาก็เพียงพอ บางชนิดจำเป็นต้องผ่าตัดซ้ำเพื่อนำต่อมน้ำลายที่เหลือออกให้หมดหรืออาจจำเป็นต้องตัด

ต่อมน้ำเหลือง บริเวณลำคอออกทั้งหมดด้วย นอกจากนี้แล้ว อาจจำเป็นต้องให้การรักษาเพิ่มเติมด้วยการให้รังสีรักษาหรือให้เคมี

บำบัดเพิ่มเติมอีกด้วย

            การฉายรังสี  มีข้อบ่งชี้ดังนี้

                - ชนิดของเซลล์มะเร็งที่รุนแรง

                - มะเร็งที่ลุกลามไปเนื้อเยื่อข้างเคียง

                - มะเร็งลามไปต่อมน้ำเหลือง

                - มะเร็งกลับเป็นซ้ำหลังผ่าตัด

                - มะเร็งลุกลามไปที่ผ่าตัดออกไม่หมด

            การให้เคมีบำบัด จะใช้สำหรับรายที่มีการแพร่กระจายของโรคหรือตามความเหมาะสม 

ซึ่งแพทย์จะพิจารณาเป็นราย ๆ ไป