ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก

ความหมายและปัจจัยเสี่ยง

การป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

การวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก

ระยะของมะเร็งต่อมลูกหมาก

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

ผลข้างเคียงจากการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก


มะเร็งต่อมลูกหมาก

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก

ต่อมลูกหมาก เป็นส่วนหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศชายอยู่บริเวณหน้าต่อลำไส้ตรง และใต้ต่อกระเพาะปัสสาวะอยู่

ล้อมรอบท่อปัสสาวะ รูปร่างของต่อมลูกหมากมีรูปร่างคล้ายผลวอลนัท (Walnut)  แต่ถ้าต่อมลูกหมากมีขนาดขึ้นจะเกิด

การบีบรัดท่อปัสสาวะทำให้มีอาการปัสสาวะลำบาก

ต่อมลูกหมากมีหน้าที่สร้างสารประกอบในน้ำอสุจิ โดยที่ฮอร์โมนเพศชายมีส่วนกระตุ้นให้ต่อมลูกหมากมีขนาด

โตขึ้นและอวัยวะหลักที่ผลิตฮอร์โมนเพศชาย คือ อัณฑะ รองลงมาคือต่อมหมวกไต

มะเร็งมีต้นกำเนิดมาจากเซลล์ เซลล์หลายๆ เซลล์รวมกันเป็นเนื้อเยื่อและเนื้อเยื่อประกอบกันเป็นอวัยวะของร่างกาย

มนุษย์เซลล์ปกติจะมีการแบ่งตัว เสื่อมสภาพและตาย บางครั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดไป และไม่มีการตายทำให้เกิด

เป็นเนื้องอกขึ้น

ต่อมลูกหมากโตมีทั้งชนิดที่เป็นมะเร็งและไม่เป็นมะเร็ง

โรคต่อมลูกหมากโต ไม่ใช่มะเร็งเกิดจากการที่ต่อมลูกหมากมีขนาดขึ้นและบีบรัดท่อปัสสาวะทำให้มีอาการปัสสาวะ

ลำบากโรคต่อมลูกหมากโตต่างจากมะเร็งต่อมลูกหมากอย่างไร

โรคต่อมลูกหมากโต

-  มักไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต

-  สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด และมักไม่โตกลับขึ้นมาอีก

-  ไม่มีการลุกลามไปยังอวัยวะรอบๆ

-  ไม่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ

มะเร็งต่อมลูกหมาก

-  อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

-  อาจรักษาได้ด้วยการผ่าตัด แต่มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้

-  มีการลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียงได้

-  มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่างๆของร่างกายได้

ปัจจัยเสี่ยง

สาเหตุของการเกิดมะเร็งยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด จากการศึกษาพบว่ามีปัจจัยบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความ

เสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่

- อายุ (มากกว่า 65 ปี) : อายุเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โอกาสการเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น เมื่ออายุเพิ่มขึ้น

- ประวัติมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัว  โอกาสเป็นจะเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อ มีพ่อ พี่ชาย น้องชาย หรือ

ลูกชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

- เชื้อชาติ  พบว่าชายผิวดำมีโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้สูงกว่า ชายผิวขาวหรือชายชาวเอเชียปัจจัยอื่นๆ

 ก็อยู่ระหว่างการศึกษาถึงความเกี่ยวข้องกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เช่น

- การทำหมัน ไม่พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

- การดื่มสุรา สูบบุหรี่ โรคต่อมลูกหมากโต โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ความอ้วน การขาดการออกกำลังกายและ

การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาจ เพิ่มโอกาสของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก

- สารอาหารบางอย่างอาจช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก ได้แก่ วิตามิน อี, ซีลิเนียม, สารสกัดจากชาเขียว เป็นต้น

อาการสำคัญ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากอาจไม่มีอาการผิดปกติใดๆ แต่ถ้ามีอาการ อาการสำคัญ ได้แก่

อาการเกี่ยวกับการปัสสาวะ

- ปัสสาวะไม่ออก

- ปัสสาวะลำบาก

- ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะเวลากลางคืน

- ปัสสาวะไม่พุ่ง

- ปัสสาวะกระปริดกระปรอย

- ปัสสาวะแสบขัด

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

ปัสสาวะหรือหลั่งเป็นเลือด

อาการเหล่านี้ไม่ได้เป็นอาการที่จำเพาะกับโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจจะเกิดจากโรคต่อมลูกหมากโต, การติดเชื้อ

หรือปัญหาทางสุขภาพอื่นๆก็ได้ ถ้ามีอาการผิดปกติ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาต่อไป

การตรวจวินิจฉัย

โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจตรวจพบได้แม้ว่าจะไม่มีอาการจากการซักถามประวัติ และประวัติครอบครัว, ตรวจ

ร่างกายอาจรวมถึง

- การตรวจทางทวารหนัก แพทย์สามารถคลำขนาดและลักษณะของต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก

- ตรวจเลือดดูค่า PSA (prostate specific antigen) : PSA เป็นสารที่สร้างจากต่อมลูกหมาก อาจมีค่า

สูงขึ้นได้เมื่อเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ต่อมลูกหมากโต หรือ ต่อมลูกหมากอักเสบ

ถ้าการตรวจข้างต้นพบว่ามีความผิดปกติ แพทย์อาจจะตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุของความผิดปกติ การตรวจ

ดังกล่าว เช่น

- อัลตราซาวน์ผ่านทางทวารหนัก (Transrectal ultrasound)

- การตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ ผ่านทางทวารหนัก (Transrectal biopsy)

ระยะของโรค

การรักษาขึ้นกับระยะของโรค การตรวจเพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็นในการบอกระยะของโรค ได้แก่

- การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)

- การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

- การสแกนกระดูก (Bone scan)

ระยะของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแบ่งเป็น

ระยะที่ 1 มะเร็งต่อมลูกหมากระยะนี้จะไม่สามารถตรวจพบได้จากการตรวจทางทวารหนัก หรือ อัลตราซาวน์

แต่มักตรวจพบโดยบังเอิญจากการผ่าตัดรักษาโรคอื่น เช่น โรคต่อมลูกหมากโต เป็นต้น ลักษณะเซลล์จะยังไม่มีการเปลี่ยน

แปลงมากนัก (Grade 1)

ระยะที่ 2 ระยะนี้เซลล์มะเร็งยังคงอยู่เฉพาะในต่อมลูกหมาก แต่ลักษณะเซลล์จะมีความเปลี่ยนแปลงมากกว่า 

ระยะที่ 1 อาจตรวจพบได้จากการตรวจทางทวารหนัก หรือ อัลตราซาวน์

ระยะที่ 3 ระยะนี้เซลล์มะเร็งจะมีการแพร่กระจายออกนอกต่อมลูกหมาก เช่น ไปยังท่ออสุจิ แต่ยังไม่มีการแพร่

กระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง

ระยะที่ 4 ระยะนี้เซลล์มะเร็งมีการลุกลามไปยังกระเพาะปัสสาวะ, ลำไส้ตรง, ต่อมน้ำเหลือง, กระดูก หรือ 

อวัยวะอื่นๆ

การรักษา

การรักษามีหลายวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดอาจแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายวิธีการรักษา ประกอบด้วย

- การติดตามอย่างใกล้ชิด

- การผ่าตัด

- การรักษาด้วยรังสี

- การใช้ฮอร์โมน

- ยาเคมีบำบัด

ในผู้ป่วยบางรายอาจต้องรักษาด้วยการรักษามากกว่า หนึ่งวิธีได้ 

การติดตามอย่างใกล้ชิด  เป็นวิธีการรักษาที่ใช้เมื่อ การรักษาที่ให้ ให้ประโยชน์น้อย ในขณะที่มีผลข้างเคียง

มากกว่า ในผู้ป่วยที่เป็นระยะเริ่มต้นและเซลล์มะเร็งมีแนวโน้มว่าจะโตช้า, เมื่อผู้ป่วยอายุมาก หรือ ผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพ

อยู่เดิม การติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย การนัดตรวจเป็นประจำ (อาจทุก 3-6 เดือน) หลังจาก หนึ่งปี แพทย์อาจทำ

การตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจซ้ำ ถ้ามีสัญญาณของการเป็นมากขึ้นของโรค เช่น ลักษณะชิ้นเนื้อที่มีความผิดปกติมากขึ้น, ค่า 

PSA เพิ่มขึ้นหรือผู้ป่วยมีอาการผิดปกติก็จะเป็นการบ่งบอกว่าต้องเริ่มการรักษา เช่น การผ่าตัด การรักษาด้วยรังสี หรือ

การรักษาอื่นๆ

การติดตามอย่างใกล้ชิดเป็นการหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดหรือ รักษาด้วยรังสี 

แต่ก็มีความเสี่ยงในผู้ป่วยบางราย เป็นการลดโอกาสที่จะควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายหรือเมื่ออายุมากขึ้นก็อาจเป็นการ

ลำบากขึ้นที่จะเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือการรักษาด้วยรังสี

หากผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยวิธีการติดตามอย่างใกล้ชิดและเกิดความกังวลใจขึ้น สามารถปรึกษาแพทย์ได้ ถึง

ทางเลือกอื่นๆ ในการรักษาต่อไป

การผ่าตัด  การผ่าตัดโดยทั่วไปเป็นทางเลือกการรักษาของโรคในระยะแรก (ระยะที่ 1 หรือ 2) หรือบางครั้ง

ในระยะที่ 3 หรือ 4 แพทย์ผ่าตัดจะทำการตัดส่วนหนึ่งหรือต่อมลูกหมากทั้งหมด อาจรวมถึงต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงการ

ผ่าตัดต่อมลูกหมากมีหลายวิธี เช่น การผ่าตัดทางหน้าท้อง (Open surgery through the abdomen) หรือทาง

ทวารหนัก และถุงอัณฑะ  (Open surgery through the scrotum and anus),  การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง

(Laparoscopic surgery), การผ่าตัดด้วยการส่องกล้องโดยใช้หุ่นยนต์ (Robotic laparoscopic surgery) 

การส่องกล้องขูดต่อมลูกหมาก(TURP; Transurethral resection of the prostate) เป็นต้น

หลังผ่าตัดในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดได้ และรักษาได้โดยการใช้ยาแก้ปวดอย่างเพียงพอ

ระยะเวลาในการฟื้นตัวของผู้ป่วยแต่ละรายอาจไม่เท่ากัน ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การ

กลั้นปัสสาวะไม่ได้, การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น และภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะไม่สามารถผลิตน้ำอสุจิได้อีก

            การรักษาด้วยรังสี  การรักษาด้วยรังสีเป็นทางเลือกสำหรับมะเร็งต่อมลูกหมากในทุกระยะ โดยเป็นการใช้รังสี

พลังงานสูงในการทำลายเซลล์มะเร็ง โดยมีผลเฉพาะบริเวณที่ทำการให้รังสีเท่านั้น การใช้รังสีในการรักษามี  2 วิธี ซึ่งใน

ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับการรักษาทั้ง 2 วิธี ได้แก่

1. การฉายรังสี  (External bean irradiation) เป็นการฉายรังสีจากเครื่องกำเนิดรังสีนอกตัวผู้ป่วย โดยที่

ผู้ป่วยมารับการรักษาทุกวัน (ยกเว้น วันเสาร์อาทิตย์) เป็นเวลาหลายสัปดาห์

2. การฝังแร่  (Internal radiation) เป็นการรักษาโดยการฝังสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ตัวผู้ป่วย โดยอาจเป็นการ

ถาวรหรือชั่วคราว

ผลข้างเคียงจากการรักษา โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับชนิด และประมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ

ผลข้างเคียงของการฉายรังสี ได้แก่ การถ่ายเหลว, ปัสสาวะไม่สะดวก, ผิวหนังแดง แห้ง หรือ แสบ

ผลข้างเคียงของการฝังแร่ที่พบได้บ่อย ได้แก่ การกลั้นปัสสาวะไม่ได้ แต่มักจะค่อยๆดีขึ้น ทั้ง 2 วิธีอาจทำให้เกิด

การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้เช่นเดียวกัน

การรักษาด้วยฮอร์โมน  การรักษาด้วยฮอร์โมนอาจร่วมกับการรักษาด้วยรังสี โดยเริ่ม ก่อน ระหว่าง หรือหลัง 

การรักษาด้วยรังสี หรือบางครั้งอาจใช้เป็นการรักษาหลักเพียงทางเดียว

ฮอร์โมนเพศชายส่งผลกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งมีการเจริญเติบโต ดังนั้น การรักษาด้วยฮอร์โมนจึงเป็นการ ใช้ยาต้าน

ฮอร์โมนหรือการผ่าตัดตัดอัณฑะซึ่งเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเพศ

ผลข้างเคียงโดยทั่วไปที่อาจเกิดจากการรักษา เช่น เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ, ร้อนวูบวาบ, กระดูกพรุน เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังมีผลข้างเคียงจากยาแต่ละชนิดที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

ในผู้ป่วยระยะ ที่มีการแพร่กระจาย การรักษาด้วยฮอร์โมน มักเป็นการรักษาหลัก แต่ก็พบว่ามีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่ไม่

ตอบสนองต่อการรักษาด้วยฮอร์โมน ซึ่งทางเลือกของการรักษาต่อไป คือ การใช้ยาเคมีบำบัด

            ยาเคมีบำบัด  มักมีที่ใช้ในผู้ป่วยระยะแพร่กระจายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยฮอร์โมน

การใช้ยาเคมีบำบัดคือการใช้ยา เพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง ยาเคมีบำบัดที่ใช้รักษามะเร็งต่อมลูกหมาก เป็ยาที่ให้เข้าสู่ร่างกาย

ทางหลอดเลือดดำ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ เม็ดเลือดต่ำลง ทั้งเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกร็ดเลือด, ผมร่วง (แต่จะ

งอกใหม่ได้ภายหลัง), คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เป็นต้น

อาหาร และกิจกรรม  รับประทานอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยให้ครบ 5 หมู่และเน้นหนัก

ทางโปรตีน เพื่อเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เท่าที่ทำได้ จะช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า รวมทั้งช่วยลดอาการปวด และ

ลดความเครียดด้วย แต่ควรปรึกษาแพทย์ถึงชนิด และวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมด้วย

การตรวจติดตามหลังการรักษา

ควรมาตรวจตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ ทุกครั้ง เพราะการตรวจติดตาม เป็นการตรวจเพื่อจะได้สามารถตรวจ

พบการกลับเป็นซ้ำของโรค

การตรวจติดตามการรักษาประกอบด้วย การตรวจทางทวารหนัก, ตรวจเลือดดูค่า PSA และการตรวจอื่นๆ ตาม

อาการ เช่น การสแกนกระดูก การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น