ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนคืออะไร

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับอ่อน

อาการและอาการแสดงของมะเร็งตับอ่อน

ประวัติและการตรวจร่างกาย

ระยะของโรคมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนรักษาอย่างไร

ปัญหาที่มักจะพบเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต

อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน


มะเร็งตับอ่อน

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับอ่อน

1. อายุ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่มากขึ้นตามอายุ ผู้ป่วยร้อยละ 90 อายุมากกว่า 55 ปี อายุเฉลี่ยที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง 

อยู่ที่ 72 ปี

2. เพศ เพศชายพบได้มากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย

3. การสูบบุหรี่ พบว่าเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมากถึง 2-3 เท่า จากผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน 10 ราย จะพบว่า

มี 2-3 รายที่พบว่าเกิดจากการสูบบุหรี่ ทั้งนี้การเลี่ยงสูบบุหรี่ โดยใช้หมากผรั่งที่มีสารจากบุหรี่ (นิโคติน) ก็พบว่าเพิ่ม

ปัจจัยเสี่ยงเช่นกัน

4. ความอ้วนและขาดการออกกำลังกาย คนที่มีน้ำหนักมากเกินเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งขาดการออกกำลังกาย

มีโอกาสในการเป็นมะเร็งตับอ่อนได้มากกว่าคนน้ำหนักในเกณฑ์ปกติ 

5. เบาหวาน มะเร็งตับอ่อนพบได้มากในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน โดยเฉพาะ เบาหวานชนิดที่ 2 (ชนิดที่ไม่

ได้เป็นแต่กำเนิด) สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนบางรายนั้น มะเร็งตับอ่อนทำให้

เกิดเบาหวานด้วย 

6. ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับอ่อน แต่ผู้ป่วยตับอ่อนอักเสบเรื้อรังส่วนมาก 

ไม่พบว่าเป็น มะเร็งตับอ่อน

7. ตับแข็ง ตับแข็งคือภาวะที่มีแผลเป็นที่ตับ ซึ่งเกิดจากการดื่ม แอลกอฮอล์ และเป็นตับอักเสบ พบว่า ผู้ป่วยที่มี

ภาวะตับแข็ง จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งตับอ่อน

8. สารเคมี พบว่าการสัมผัสสารเคมีอย่างหนักขณะทำงาน เช่น ยาฆ่าแมลง สี เป็นต้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อ

การเป็นมะเร็งตับอ่อน

9. ประวัติในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งตับอ่อน มีส่วนต่อการเพิ่มความเสี่ยง

10. การเปลี่ยนแปลงของยีน (gene) การเปลี่ยนแปลงของยีนบางชนิด สามารถถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่ สู่ลูกได้

ตามพันธุกรรม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้สามารถก่อโรคได้หลายชนิดรวมทั้งมะเร็งตับอ่อนด้วย ในปัจจุบันยีนบางชนิด 

สามารถตรวจพบได้โดยนักวิทยาศาสตร์

11. ปัญหาที่กระเพาะอาหาร การมีกรดในกระเพาะอาหารที่มากเกินไป ร่วมกับการพบ แบคทีเรีย ชนิด 

เฮช ไพโลไร (H. pylori) พบว่าเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนสามารถป้องกันได้หรือไม่?

จากการศึกษายังไม่พบวิธีการป้องกันของมะเร็งชนิดนี้ แต่การลดปัจจัยเสี่ยง เช่น หยุดสูบบุหรี่ ลดความอ้วน 

ออกกำลังสม่ำเสมอ งดดื่มสุรา รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และครบห้าหมู่ ดูแลสุขภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

พบว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันในการลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนตรวจพบได้อย่างไร?

การตรวจหามะเร็งตับอ่อนในระยะเริ่มต้นเป็นเรื่องยาก เนื่องจากตับอ่อนเป็นอวัยวะในช่องท้องส่วนบนที่อยู่ลึก 

หลังต่อกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้แพทย์ไม่สามารถเห็นหรือคลำได้เนื้องอกด้วยการตรวจร่างกายทั่วไปได้ ในขณะที่ผู้ป่วย

มีอาการหรืออาการแสดง มะเร็งมักจะมีขนาดใหญ่ และกระจายไปอวัยวะอื่นแล้ว ซึ่งเป็นเหตุผลหลักว่า ทำไมมะเร็งชนิดนี้ 

การพยากรณ์โรคถึงไม่ดี

ทุกวันนี้ ยังไม่พบว่ามีการตรวจเลือดหรือการทดสอบอื่นใดที่ตรวจหามะเร็งตับอ่อนในระยะเริ่มต้นโดยที่ผู้ป่วย

ยังไม่มีอาการ แพทย์พบว่าการตรวจอัลตราซาวน์ส่องกล้อง (Endoscopic ultrasound) ให้ประโยชน์การในตรวจ

หาโรคในกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้ การตรวจหาระดับตัวชี้วัดของเนื้องอกในเลือด เช่น ซีเอ 19-9 

(CA 19-9) และ ซีอีเอ (CEA) พบว่าอาจเพิ่มขึ้นในผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนมากกว่าคนปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มักจะพบระดับที่

ผิดปกติ ในขณะที่โรคได้ลุกลามไปมากแล้ว

การตรวจหายีนบางชนิด ในกลุ่มคนที่มีประวัติเป็นมะเร็งตับอ่อนในครอบครัว จะช่วยบอกถึงความเสี่ยงที่มากขึ้น

ต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้ การตรวจชนิดนี้ยังไม่พบว่ามีประโยชน์ในการตรวจคัดกรองคนทั่วไป