ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนคืออะไร

ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งตับอ่อน

อาการและอาการแสดงของมะเร็งตับอ่อน

ประวัติและการตรวจร่างกาย

ระยะของโรคมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนรักษาอย่างไร

ปัญหาที่มักจะพบเกี่ยวกับคุณภาพชีวิต

อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน


มะเร็งตับอ่อน

ประวัติและการตรวจร่างกาย

แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับอาการและตรวจร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณท้องส่วนบน ซึ่งบางครั้งมะเร็งได้กระจายไป

ที่ตับ หรือต่อมน้ำเหลือง ทำให้เกิดการบวมร่วมกับการตรวจตา และผิวหนัง เพื่อหาภาวะตัวเหลืองตาเหลือง

การตรวจภาพรังสีวินิจฉัย

การตรวจรังสีคอมพิวเตอร์ (CT scan)

เป็นการตรวจโดยใช้รังสีเอ็กซ์ในการสร้างภาพภายในร่างกาย มีประโยชน์ในการตรวจหามะเร็งและดูการกระจายของ

ตัวโรค รวมทั้งช่วยในการวางแผนการตรวจชิ้นเนื้อในบริเวณที่สงสัย

การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์นี้เพื่อดูระยะของโรคว่ามากน้อยเพียงใด ทั้งนี้การตรวจชนิดนี้ยังสามารถบอกถึงอวัยวะ

ข้างเคียงตับอ่อน เช่น ต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นๆ ในช่องท้องได้อีกด้วย และช่วยในการวางแผนผ่าตัด

ในการตรวจนี้ ต้องใช้สารทึบรังสีฉีดเข้าหลอดเลือดดำ เพื่อช่วยในการเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ในผู้ป่วยบางรายสามารถ

มีอาการแพ้สารทึบรังสีนี้ได้ เช่น ใจสั่น ร้อนผ่าว หายใจลำบาก เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการตรวจชนิดนี้ 

ถ้ามีประวัติแพ้อาหารทะเล

การตรวจชนิดนี้ใช้เวลานานกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป ต้องนอนบนเตียงตรวจ และเตียงจะเคลื่อนเข้าไปยังเครื่องตรวจ

ภาพที่เป็นวงกลม คล้ายอุโมงค์ การตรวจนี้ต้องอาศัยการกลั้นหายใจชั่วขณะร่วมด้วย

การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI: magnetic resonance imaging)

เป็นการตรวจที่ใช้คลื่นวิทยุ และสนามแม่เหล็กกำลังสูงแทนรังสีเอ็กซ์ในการสร้างภาพ บางครั้งอาจต้องใช้สารทึบคลื่น

แม่เหล็กร่วมในการตรวจ การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีประโยชน์มากในการดูสมองและไขสันหลัง การตรวจนี้ใช้เวลามากกว่า

การตรวจรังสีคอมพิวเตอร์ ซึ่งบางครั้งอาจนานเป็นชั่วโมง ลักษณะของเครื่องตรวจนี้ คล้ายกับการตรวจรังสีคอมพิวเตอร์ แต่

เป็นเหมือนอุโมงค์ที่ยาวกว่า โดยอาจจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยที่กลัวที่แคบ ระหว่างการตรวจจะได้รับการใส่หูฟัง หรือที่อุดหู

เนื่องจากระหว่างเครื่องทำงานจะมีเสียงดังเป็นระยะๆ

แพทย์โดยทั่วไปนิยมส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ก่อนในการดูมะเร็งตับอ่อน มีบางโอกาสที่จะใช้ การตรวจคลื่น

แม่เหล็กไฟฟ้าเมื่อต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

การตรวจเพ็ทสแกน (PET scan)

เป็นการตรวจที่ใช้สารเภสัชรังสีที่จับกับกลูโคส ฉีดเข้าหลอดเลือดดำ จากนั้นเซลล์มะเร็งจะนำกลูโคสที่มีสารเภสัช

รังสีนี้ไปใช้ เนื่องจากเซลล์มะเร็งต้องการพลังงานสูง โดยที่สารเภสัชรังสีนี้เองสามารถปล่อยรังสีออกมา และเครื่องรับภาพจะ

รับรังสีนั้นและแปลงเป็นภาพต่อไป การตรวจเพ็ทสแกนนี้ ดูได้ทั้งร่างกายในการตรวจครั้งเดียว มีประโยชน์ในการดูการกระจาย

ของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง หรืออวัยวะอื่นๆ

การตรวจเพ็ท สแกน ร่วมกับรังสีคอมพิวเตอร์ในคราวเดียวกัน (PET/CT scan) เป็นการตรวจแบบใหม่ ซึ่งรวม

การตรวจทั้งสองวิธีเข้าด้วยกัน เพื่อมองหามะเร็งและกำหนดตำแหน่งการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่แน่นอนมากขึ้น รวมถึง

ให้ประโยชน์ในการตรวจสอบระยะของโรคอีกด้วย

การตรวจอัลตราซาวน์ (Ultrasound)

เป็นการตรวจที่ใช้คลื่นเสียงในการสร้างภาพ ช่วยในการตรวจหาชนิดของก้อนเนื้อในตับอ่อน การตรวจอัลตราซาวน์

ส่องกล้อง (Endoscopic ultrasound) ทำโดยการส่องกล้องผ่านปากหรือจมูกเข้าไปยังกระเพาะอาหาร โดยผู้ป่วยต้อง

ได้รับยาคลายกังวลขณะทำการตรวจ จากนั้นจะทำการตรวจอัลตราซาวน์ผ่านกล้องในกระเพาะอาหาร ซึ่งจากการศึกษาให้ภาพ

ที่คุณภาพดีกว่าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ในการตรวจหาก้อนเนื้อขนาดเล็ก

การส่องกล้องฉีดสีดูท่อน้ำดีและตับอ่อน (ERCP: endoscopic retrograde cholangiopancretography)

การตรวจชนิดนี้ผู้ป่วยจะได้รับยาคลายกังวล จากนั้นจะใส่กล้องผ่านเข้าทางปากไปถึงลำไส้เล็กส่วนต้น แพทย์จะมอง

เห็นท่อน้ำดีรวมที่เปิดเข้าสู่ลำไส้เล็กส่วนต้นได้ จากนั้นใช้สารทึบรังสีปริมาณหนึ่งฉีดผ่านเข้าไปในท่อน้ำดีรวม แล้วทำการถ่าย

ภาพเอกซเรย์ โดยภาพอาจแสดงถึงท่อน้ำดีที่ตีบจากการมีมะเร็งตับอ่อนได้ รวมไปถึงการนำเซลล์ออกมาตรวจดูความเป็นมะเร็ง

มากไปกว่านั้นการตรวจชนิดนี้สามารถใส่ท่อเทียมเพื่อเปิดท่อน้ำดีที่ตีบตันจากก้อนเนื้องอกได้ด้วย

การตรวจเอกซเรย์หลอดเลือด (Angiography)

เป็นการตรวจที่ใช้สารทึบรังสีฉีดเข้าไปในหลอดเลือด เพื่อตรวจหาการไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติจากก้อนเนื้องอก

ไปอุดตันหรือทำให้ช้าลง รวมไปถึงการตรวจดูความผิดปกติของหลอดเลือดต่างๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการผ่าตัด

การตรวจนี้จะต้องใส่สายขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือดแดงตรงขาหนีบโดยที่แพทย์จะฉีดยาชาก่อนที่จะทำการใส่

สายสวนเข้าไป เพื่อตรวจดูตับอ่อน จากนั้นแพทย์จะฉีดสารทึบรังสีและทำการเอกซเรย์เพื่อดูหลอดเลือดต่อไป

การตรวจเลือด

การตรวจเลือดชนิดอื่นๆ เพื่อดูภาวะทางร่างกายทั่วๆ ไปของผู้ป่วย เช่น การทำงานของตับ ไต หรือไขกระดูก ประกอบ

การวางแผนการรักษา

การตรวจชิ้นเนื้อ

การตรวจชิ้นเนื้อจากก้อนเนื้อที่ตับอ่อน จะทำการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง วิธีการเอาชิ้นเนื้อ

มาตรวจนั้นมีหลายวิธี ตั้งแต่ใช้เข็มขนาดเล็กดูดเอาเซลล์ออกมาตรวจ จนถึงการเปิดหน้าท้องผ่าเอาชิ้นเนื้อออกมา หรือการได้

ชิ้นเนื้อจากการตรวจส่องกล้องทั้งผ่านลำไส้และหน้าท้อง โดยทั่วไปแพทย์จะเลี่ยงการผ่าตัดในมะเร็งตับอ่อน ยกเว้นกรณีที่โรค

ยังอยู่ในระยะที่ผ่าตัดเอาออกได้หมด ดังนั้นแพทย์เพียงต้องการชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน จากนั้นตรวจ

หาระยะโรคและวางแผนการรักษาต่อไป