ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งหลังโพรงจมูก

มะเร็งหลังโพรงจมูกคืออะไร

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก

เราสามารถป้องกันมะเร็งหลังโพรงจมูกได้หรือไม่

มะเร็งหลังโพรงจมูกสามารถถูกตรวจพบใน
ระยะแรกๆ ได้หรือไม่

วินิจฉัยมะเร็งหลังโพรงจมูกได้อย่างไร

การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ

การตรวจด้วยการถ่ายภาพทางรังสีวินิจฉัย

การตรวจหาสารประกอบในกระแสเลือด

แบ่งระยะของมะเร็งหลังโพรงจมูกอย่างไร

มะเร็งหลังโพรงจมูกรักษาอย่างไร


มะเร็งหลังโพรงจมูก

 

แบ่งระยะของมะเร็งหลังโพรงจมูกอย่างไร

การแบ่งระยะของโรค(staging) เป็นกระบวนการที่ใช้บอกว่ามะเร็งได้แพร่กระจาย

ไปไกลระดับไหน ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดปัจจัยหนึ่งในการกำหนดแนวทางการรักษารวม

ถึงทำนายการดำเนินโรค โอกาสหายจากโรค และโอกาสรอดชีวิต การแบ่งระยะของโรค

อาศัยลักษณะต่างๆ ที่ได้จากการตรวจร่างกาย การถ่ายภาพทางรังสีวินิจฉัย และการตรวจ

อื่นๆ ดังกล่าวข้างต้น รวมถึงข้อมูลที่ได้จากการผ่าตัดด้วย ผู้ป่วยมะเร็งควรซักถามแพทย์

ผู้รักษาถึงระยะของตัวโรคให้เข้าใจ ทั้งนี้เพื่อที่จะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกรับการ

รักษาวิธีต่างๆ

The American Joint Committee on Cancer (AJCC) TNM system

ระบบการแบ่งระยะของมะเร็ง เป็นแนวทางที่ทำให้ทีมผู้ให้การรักษาเข้าใจตรงกัน

ถึงความมากน้อยของการแพร่กระจายของมะเร็ง ระบบที่ใช้กันบ่อยที่สุดในการแบ่งระยะ

มะเร็งหลังโพรงจมูกคือระบบ TNM ซึ่งถูกกำหนดขึ้นโดย AJCC ระบบนี้ประกอบไปด้วย

ข้อมูล 3 อย่าง

T - tumor ใช้อธิบายว่าก้อนมะเร็งได้ลุกลามไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียงหรือไม่

N – nodes ใช้อธิบายว่ามีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณ

ข้างเคียงหรือไม่

M – metastasis ใช้อธิบายว่ามีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่อยู่

ไกลออกไปหรือไม่(เช่นปอด ตับ กระดูก)

ตัวอักษรหรือตัวเลขที่ต่อท้าย T, N, M จะแสดงรายละเอียดของข้อมูลแต่ละอย่าง

มากขึ้น

เลข 0-4 : ค่าของตัวเลขแสดงความรุนแรงของโรค เลขยิ่งมีค่าสูง ยิ่งรุนแรง

ตัวอักษร X : หมายถึงยังประเมินไม่ได้ เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ

ตัวอักษร “is” ที่ต่อท้ายT ย่อมาจาก in situ: หมายถึง ก้อนมะเร็งจำกัดอยู่ที่บริเวณ

เซลล์เยื่อบุชั้นบน ยังไม่มีการลุกลาม ลงในชั้นลึก

กลุ่ม T ในมะเร็งหลังโพรงจมูก

Tx : ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีก้อนมะเร็งได้มีการลุกลามไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ

ข้างเคียงหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ ยังไม่เพียงพอ

T0 : ไม่พบหลักฐานของมะเร็ง

Tis : ก้อนมะเร็งจำกัดอยู่ที่บริเวณเซลล์เยื่อบุชั้นบน ยังไม่มีการลุกลามลงในชั้นลึก

T1 : ก้อนมะเร็งจำกัดอยู่เฉพาะที่โพรงหลังจมูก

T2 : ก้อนมะเร็งลุกลามไปยังเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง แต่ไม่ถึงกระดูก

T2a ก้อนมะเร็งลุกลามไปบริเวณคอหอยส่วนกลางที่อยู่หลังช่องปากหรือ

บริเวณโพรงจมูก

T2b ก้อนมะเร็งลุกลามออกด้านข้าง (ซ้ายหรือขวา)

T3 : ก้อนมะเร็งลุกลามไปยังโพรงอากาศบนใบหน้า(sinuses) และ/หรือกระดูก

ที่อยู่ข้างเคียง

T4 : ก้อนมะเร็งลุกลามไปยังกระโหลกศีรษะ และ/หรือเส้นประสาทสมอง คอหอย

ส่วนล่างที่อยู่หลังต่อกล่องเสียง ลูกตา หรือเนื้อเยื่อข้างเคียง

กลุ่ม N ในมะเร็งหลังโพรงจมูก

Nx : ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง

บริเวณข้างเคียงหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลที่มี อยู่ยังไม่เพียงพอ

N0 : ไม่มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียง

N1 : มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียง จำนวน

ตั้งแต่ 1ต่อมขึ้นไป โดยแต่ละต่อมมีขนาดไม่ เกิน 6 เซนติเมตร (วัดเส้นที่ยาวที่สุด) และ

อยู่ข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย

N2 : มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียง จำนวน

ตั้งแต่ 1ต่อมขึ้นไป โดยแต่ละต่อมมีขนาดไม่ เกิน 6 เซนติเมตร (วัดเส้นที่ยาวที่สุด) แต่พบ

มีทั้งสองข้างของร่างกาย

N3 : มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียง จำนวนตั้งแต่

1ต่อมขึ้นไป และมีข้อใดข้อหนึ่งดังนี้

- มีอย่างน้อย 1ต่อมที่มีขนาดมากกว่า 6 เซนติเมตร (วัดเส้นที่ยาวที่สุด) หรือ

- พบต่อมน้ำเหลืองที่ระดับต่ำกว่ากระดูกไหปลาร้า

กลุ่ม M ในมะเร็งหลังโพรงจมูก

Mx : ไม่สามารถประเมินได้ว่ามีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกล

ออกไปหรือไม่ เนื่องจากข้อมูลที่มีอยู่ ยังไม่เพียงพอ

M0 : ไม่มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป

M1 : มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป

การจัด TNM เป็นกลุ่มระยะของโรค (TNM stage grouping)

หลังจากจัดให้มะเร็งเข้าอยู่ในระบบ TNM เรียบร้อยแล้ว เราจะแบ่งต่อเป็น 5 กลุ่ม

ระยะของโรค (Stage grouping) คือระยะที่ 0-4 โดยบางระยะอาจถูกแบ่งเป็นกลุ่มย่อย

ลงไปอีก โดยมีตัวอักษรต่อท้ายตัวเลขดังกล่าว

ระยะที่ 0 ได้แก่

Tis, N0, M0 ก้อนมะเร็งจำกัดอยู่ที่บริเวณเซลล์เยื่อบุชั้นบน ยังไม่มีการลุกลามลงใน

ชั้นลึก ยังไม่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงหรืออวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป

ระยะที่ 1 ได้แก่

T1, N0, M0 ก้อนมะเร็งจำกัดอยู่เฉพาะที่โพรงหลังจมูก ยังไม่กระจายไปต่อม

น้ำเหลืองข้างเคียง หรืออวัยวะอื่นที่อยู่ไกล ออกไป

ระยะที่ 2 แบ่งเป็น

2A ได้แก่ T2a, N0, M0 ก้อนมะเร็งลุกลามไปบริเวณคอหอยส่วนกลางที่อยู่หลัง

ช่องปากและ/หรือบริเวณโพรงจมูก ยังไม่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงหรืออวัยวะอื่น

ที่อยู่ไกลออกไป

2B ได้แก่

- T2b, N0, M0 ก้อนมะเร็งลุกลามไปบริเวณคอหอยส่วนกลางที่อยู่หลัง

ช่องปากและ/หรือบริเวณโพรงจมูก และยังลุกลามออกด้านข้าง (ซ้ายหรือขวา) ภายใน

คอหอยส่วนบน ยังไม่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองข้างเคียงหรืออวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป

หรือ

- T1-T2b, N1, M0 ก้อนมะเร็งอาจจำกัดอยู่เฉพาะที่โพรงหลังจมูกหรือ

ลุกลามไปบริเวณคอหอยส่วนกลางที่อยู่หลังช่องปากและ/หรือบริเวณโพรงจมูกหรือลุกลาม

ออกด้านข้าง (ซ้ายหรือขวา) ภายในคอหอยส่วนบนก็ได้ รวมทั้งมีการแพร่กระจายของมะเร็ง

ไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียง จำนวนตั้งแต่ 1ต่อมขึ้นไป โดยแต่ละต่อมมีขนาดไม่

เกิน 6 เซนติเมตร (วัดเส้นที่ยาวมากสุด) และอยู่ข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย แต่ยังไม่มี

การแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป

ระยะที่ 3 ได้แก่

T3, N0-N1, M0 ก้อนมะเร็งลุกลามไปยังโพรงอากาศบนใบหน้า(sinuses) และ/

หรือกระดูกที่อยู่ข้างเคียง โดยอาจมีหรือไม่มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง

บริเวณข้างเคียงก็ได้ โดยถ้ามีก็มีจำนวนตั้งแต่ 1ต่อมขึ้นไป โดยแต่ละต่อมมีขนาดไม่เกิน

6 เซนติเมตร (วัดเส้นที่ยาวที่สุด) และอยู่ข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย แต่ยังไม่มีการแพร่

กระจายไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป หรือ

T1-T3, N2, M0 ก้อนมะเร็งอาจจำกัดอยู่เฉพาะที่โพรงหลังจมูก หรือลุกลามไป

บริเวณเนื้อเยื่อหรืออวัยวะข้างเคียง คอหอยส่วนกลางที่อยู่หลังช่องปาก บริเวณโพรงจมูก

ลุกลามออกด้านข้าง (ซ้ายหรือขวา) โพรงอากาศบนใบหน้า (sinuses) หรือกระดูกที่อยู่

ข้างเคียงก็ได้ รวมถึงมีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียง

จำนวนตั้งแต่ 1ต่อมขึ้นไป โดยแต่ละต่อมมีขนาดไม่เกิน 6 เซนติเมตร (วัดเส้นที่ยาวที่สุด)

และพบมีทั้งสองข้างของร่างกาย แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป

ระยะที่ 4 แบ่งเป็น

4A ได้แก่ T4, N0-N2, M0 ก้อนมะเร็งลุกลามไปยังกระโหลกศีรษะ และ/หรือเส้น

ประสาทสมอง คอหอยส่วนล่างที่อยู่หลังต่อกล่องเสียง ลูกตาหรือเนื้อเยื่อข้างเคียง โดยอาจ

มีหรือไม่มีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียงก็ได้โดยถ้ามีก็มีจำนวน

ตั้งแต่ 1ต่อมขึ้นไป โดยแต่ละต่อมมีขนาดไม่เกิน 6 เซนติเมตร (วัดเส้นที่ยาวที่สุด) และจะ

อยู่ข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างของร่างกายก็ได้ แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะ

อื่นที่อยู่ไกลออกไป

4B ได้แก่ Any T, N3, M0 ก้อนมะเร็งอาจจำกัดอยู่เฉพาะที่หรือลุกลามก็ได้ แต่มี

การแพร่กระจายของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียง โดยมีอย่างน้อย 1ต่อมที่มี

ขนาดมากกว่า 6 เซนติเมตร (วัดเส้นที่ยาวที่สุด) และ/หรือพบต่อมน้ำเหลืองที่ระดับต่ำกว่า

กระดูกไหปลาร้า และยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไป

4C ได้แก่ Any T, Any N, M1 ก้อนมะเร็งอาจจำกัดอยู่เฉพาะที่หรือลุกลามก็ได้

และอาจมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณข้างเคียงหรือไม่ก็ได้ แต่ได้มีการ

แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นที่อยู่ไกลออกไปแล้ว

อัตราการรอดชีวิตของแต่ละระยะของโรค

ตัวเลขที่กำลังจะแสดงต่อไปนี้เป็นอัตราการรอดชีวิต คำนวณโดยใช้ฐานข้อมูลจาก

National Cancer Institute’s Surveillance, Epidemiology, and End Results

(SEER) โดยดูจากประชากรที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ในระหว่าง

ปี คศ.1988-2001 มีบางประเด็นที่สำคัญเกี่ยวกับตัวเลขต่อไปนี้

- อัตราการรอดชีวิต (survival rate) หมายถึงร้อยละของผู้ป่วยที่สามารถดำรงชีวิต

ได้นานอย่างน้อยเท่ากับจำนวนปีที่กำหนดไว้ นับจากวันที่ได้รับการวินิจฉัย โดยผู้ป่วยบาง

รายอาจมีชีวิตยาวนานกว่านั้นก็ได้

- อัตราการรอดชีวิตเชิงเปรียบเทียบ (Relative survival rates) เป็นอัตราการ

รอดชีวิตที่คำนวณโดยคำนึงถึงจำนวนผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกที่เสียชีวิตจากสาเหตุ

อื่นๆ ด้วย เช่นโรคหัวใจ ทำให้ตัวเลขนี้มีความถูกต้องมากกว่าในการมองภาพผู้ป่วย

แต่ละระยะ

- ตัวเลขเหล่านี้ได้มาจากผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาหลายปีก่อน แต่ก็เป็นตัวเลขที่

ทันสมัย สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาวิธีการรักษาให้

ได้ผลดียิ่งขึ้น ทำให้อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยในปัจจุบันน่าจะสูงขึ้นตามไปด้วย

- สถิติการรอดชีวิตเหล่านี้มีประโยชน์ในการทำให้เห็นภาพกว้างๆ แต่ยังไม่สามารถ

นำมาใช้พยากรณ์โรคในแต่ละบุคคลได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากยังมีปัจจัยอีกมากมาย เช่น

ลักษณะจำเพาะของก้อนมะเร็ง อายุของผู้ป่วย และสภาพร่างกายโดยรวมของผู้ป่วย ซึ่งมี

ผลต่อการดำเนินโรค แพทย์จะเป็นผู้ประเมินผลลัพธ์ได้อย่างดี โดยพิจารณาจากตัวเลข

ทางสถิติเหล่านี้ ร่วมกับปัจจัยต่างๆ ในผู้ป่วยแต่ละราย

Stage
Relative survival rates
5-year
10-year
I
78%
62%
II
64%
52%
III
60%
46%
IV
47%
37%

 



ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน