มะเร็งหลังโพรงจมูก
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งหลังโพรงจมูก
ต่อมมะเร็งหลังโพรงจมูกคือมะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูก ซึ่งเป็นส่วนบนสุด
ของลำคอ (pharynx) อยู่หลังโพรงจมูกมีช่องเปิดถึงหูชั้นในทั้ง 2 ข้าง มะเร็งหลังโพรงจมูก
พบมากในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในจีน ในประเทศไทยพบมีผู้ป่วยใหม่ประมาณ 3.6 ใน
100,000 คนต่อปี
ปัจจัยเสี่ยง
- คนเอเชีย โดยเฉพาะคนจีน
- เคยติดเชื้อไวรัส Epstein-Barr ทำให้เกิดทั้งมะเร็งหลังโพรงจมูกและมะเร็ง
ต่อมน้ำเหลือง
อาการ
- ก้อนที่คอหรือจมูก
- เจ็บคอ
- มีปัญหาด้านการหายใจหรือการพูด
- เลือดกำเดาออก
- การได้ยินผิดปกติ หรือเจ็บหู
- ปวดศีรษะ
การวินิจฉัยโรค
- การตรวจร่างกาย โดยตรวจหูคอจมูก แพทย์จะนำกระจกส่องผ่านทางปากเพื่อส่อง
ดูหลังโพรงจมูกและภายในลำคอ,
การตรวจร่างกายทางระบบประสาท
- ใช้กล้องส่องทางจมูก(Nasoscopy) โดยสอดกล้องเป็นสายยาวเล็กๆ ผ่านทางจมูก และมีเครื่องมือสามารถเอาชิ้นเนื้อที่สงสัยว่าเป็นมะเร็งออกมาตรวจทางพยาธิวิทยา
- เอ็กซเรย์บริเวณศีรษะและลำคอ
- เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์บริเวณศีรษะและลำคอ (CT scan)
- ภาพสแกนคลื่นแม่เหล็ก (Magnetic Resonance Imaging)
- เพ็ทสแกน (PET scan) เป็นการตรวจหามะเร็งโดยใช้สารกัมมันตรังสีฉีดเข้าเส้น เลือดดำแล้วทำการสแกน พบว่าบริเวณที่เป็นมะเร็งจะสว่างขึ้นมา
- การตรวจเลือดเพ่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโรค
- การเอาชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาเป็นการยืนยันการวินิจฉัยที่ดีที่สุด แบ่งเป็น 3
ชนิด ชนิดที่ 1 พยากรณ์โรคดีที่สุด พบมากในชาติตะวันตก ชนิดที่ 3 การพยากรณ์โรค แย่ที่สุด พบมากในคนเอเชีย
การพยากรณ์โรคและทางเลือกในการรักษา
ขึ้นกับระยะของโรค,ชนิดของมะเร็ง,ขนาดของก้อน,อายุและสภาพร่างกายของผู้ป่วย
ระยะของโรค การกระจายของโรคไปได้ 3 ทางได้แก่ มะเร็งโตเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียง
โดยตรง,กระจายไปทางต่อมน้ำเหลืองและไปทางเลือด แบ่งระยะของโรคดังนี้
ระยะที่ 0 เนื้อเยื่อผิดปกติอยู่เฉพาะบริเวณผิวของเนื้อเยื่อหลังโพรงจมูกไม่ทะลุเข้า ไปในเนื้อหลังโพรงจมูก
ระยะที่ 1 โรคอยู่เฉพาะที่หลังโพรงจมูก
ระยะที่ 2 กระจายไปเนื้อเยื่อข้างเคียง หรือกระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่คอข้างเดียวกัน ขนาดไม่เกิน 6 เซนติเมตร
ระยะที่ 3 กระจายไปต่อมน้ำเหลืองทั้ง 2 ข้าง ขนาดไม่เกิน 6 เซนติเมตร,กระจาย เข้าไปในกระดูกข้างเคียง ขนาดต่อมน้ำเหลืองไม่เกิน 6 เซนติเมตร
ระยะที่ 4 กระจายไปในสมอง,เส้นประสาทของสมอง,ลำคอ ส่วนล่าง,ตา,ต่อมน้ำเหลือง ใหญ่กว่า 6 เซนติเมตรหรือกระจายไปที่อื่น
การกลับมาเป็นซ้ำ การกลับมาเป็นซ้ำทั้งที่หลังโพรงจมูกหรือที่อื่นหลังการรักษาเสร็จ
เรียบร้อยแล้ว
ทางเลือกในการรักษา
การฉายแสง ใช้เอ็กซเรย์พลังงานสูงเพื่อกำจัดมะเร็ง มี 2 แบบได้แก่ แบบฉายรังสี
ภายนอก และการฉายรังสีระยะใกล้โดยใช้เม็ดแร่ผ่านเข็มหรือเครื่องมือเข้าไปในผู้ป่วย
ก่อนฉายรังสีควรตรวจฟัน ช่องปากและรักษาก่อนเริ่มฉายรังสีและควรตรวจการทำงาน
ของต่อมไทรอยด์ทั้งก่อนและหลังรักษา ปัจจุบันมีวิธีการฉายรังสีแบบปรับความเข้มรังสี
(Intensity Modulated Radiation Therapy) เป็นการฉายรังสีแบบภายนอกซึ่ง
สามารถปรับความเข้มของรังสี ทำให้รังสีเป็นไปตามรูปร่างของมะเร็งได้มีประโยชน์
ช่วยลดอาการน้ำลายแห้งจากการแายรังสีได้ ทำให้คุณภาพชีวิตหลังการรักษาดีขึ้นโดย
ที่การควบคุมโรคเท่ากับการฉายรังสีวิธีปกติ ระยะเวลาในการรักษาส่วนใหญ่ฉายรังสี
33-35 ครั้ง
เคมีบำบัด โดยฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำทำให้สามารถออกฤทธิ์ได้ทั่ว
ร่างกาย เคมีบำบัดอาจให้เฉพาะที่ได้ เช่น ให้ในช่องท้อง ไขสันหลัง เพื่อให้ออกฤทธิ์
เฉพาะที่
การผ่าตัด ในโรคนี้ใช้เมื่อไม่ตอบสนองต่อการฉายรังสีและเคมีบำบัด
การรักษาทางภูมิคุ้มกันและชีววิทยา เป็นการรักษาแบบใหม่ที่ยังไม่เป็นมาตรฐาน
การรักษา ต้องรอการศึกษาเพิ่มเติมในโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก
การรักษาตามระยะของโรค
ระยะที่ 1 รักษาโดยการฉายรังสีอย่างเดียว
ระยะที่ 2 รักษาโดยการฉายรังสีอย่างเดียวในกรณีที่ไม่มีต่อมน้ำเหลืองและไม่
กระจายเข้า parapharyngeal space ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่งควรเพิ่มเคมีบำบัด
พร้อมกับการฉายรังสี
ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ที่ไม่มีการกระจายไปที่อื่น ให้ฉายรังสีพร้อมกับให้ยาเคมี
บำบัด
ระยะที่ 4 ที่มีการกระจายไปที่อื่น ให้เคมีบำบัดร่วมกับการรักษาตามอาการในกรณี
ที่ผู้ป่วยสภาพร่างกายดี ถ้าสภาพร่างกายไม่ดีให้รักษาเฉพาะเมื่อมีอาการ
ในกรณีที่รักษาครบแล้วยังเหลือต่อมน้ำเหลืองที่คอ ให้ผ่าตัด กรณีกลับมาเป็นซ้ำ
แพทย์จะพิจารณาการรักษาผู้ป่วยในแต่ละราย ซึ่งยังไม่มีมาตรฐานการรักษาที่แน่นอน
การติดตามการรักษา
- ตรวจร่างกายเป็นระยะ โดยแนะนำตรวจทุก 3 เดือนในปีแรก ทุก 4 เดือนในปีที่ 2
หลังจากนั้นทุก 6 ถึง 12 เดือน
- เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หือเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็ก หลังการรักษาและทำซ้ำเมื่อมี
อาการผิดปกติ หรือคาดว่ากลับมาเป็นซ้ำ
- เอ็กซเรย์ปอด เมื่อมีอาการ
- ตรวจการพูด การได้ยิน การกลืน ตรวจฟัน
- ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ทุก 6-12 เดือน
- หยุดบุหรี่
ผลข้างเคียงที่เกิดหลังการรักษา
ที่พบบ่อย การได้ยินผิดปกติ ปากเป็นแผล ปากแห้ง น้ำลายแห้ง การรับรถผิดปกติ
พังผืดบริเวณคอ ฮอร์โมนของต่อมใต้สมองและไทรอยด์ผิดปกติ
ที่เกินได้แต่พบน้อย สมองบริเวณที่ฉายแสงตาย มีเลือดกำเดา หลอดเลือดแดงที่
คอแตก มะเร็งชนิดอื่นที่เกิดจากการฉายรังสี