วินิจฉัยมะเร็งหลังโพรงจมูกได้อย่างไร
มะเร็งหลังโพรงจมูกมักจะได้รับการวินิจฉัยเมื่อผู้ป่วยมีอาการหรือมีก้อนที่คอ
อาการและอาการแสดงของมะเร็งหลังโพรงจมูก
ประมาณ 3ใน4 ของผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ด้วยเรื่องคลำก้อนได้ที่คอ ซึ่งก้อนที่คลำ
ได้นี้ก็คือส่วนของมะเร็งที่แพร่กระจายมาที่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ ทำให้ต่อมน้ำเหลืองโต
อาการอื่นๆ ได้แก่ หูอื้อ หูดับ คัดจมูก มีเลือดออกทางจมูก ปวดหัว ปวดหรือชาบริเวณใบหน้า
อ้าปากลำบาก ตามัวหรือมองเห็นเป็นสองภาพ อาการต่างๆเหล่านี้ แม้ว่าจะพบได้ในโรคมะเร็ง
หลังโพรงจมูก แต่ก็เป็นอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง และพบอาการเหล่านี้ได้บ่อยกว่าในโรคอื่นๆ
ที่ไม่ใช่มะเร็ง ดังนั้น หากมีอาการต่างๆ เหล่านี้ ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและ
รักษาที่ถูกต้อง
ประวัติและตรวจร่างกาย
เมื่อผู้ป่วยมีอาการหรืออาการแสดงที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูก แพทย์
จะซักประวัติอย่างละเอียดถึงอาการ ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรค และประวัติมะเร็งหลังโพรงจมูก
ในครอบครัว นอกจากนี้ จะทำการตรวจร่างกาย โดยเน้นที่บริเวณศีรษะและคอ ได้แก่ ตรวจต่อม
น้ำเหลืองบริเวณคอ จมูก ปาก ลำคอและกล้ามเนื้อใบหน้า หากผลการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบ
ความผิดปกติ ผู้ป่วยอาจถูกส่งต่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก เพื่อที่จะได้รับการตรวจ
ละเอียดด้วยเครื่องมือที่มีความจำเพาะต่อไป
การตรวจโพรงหลังจมูก
เนื่องจากบริเวณหลังโพรงจมูกเป็นบริเวณที่อยู่ลึกภายในศีรษะ มองเห็นได้ลำบาก
จึงจำเป็นต้องมีวิธีการและเครื่องมือพิเศษในการตรวจ เพื่อที่จะมองหาพยาธิสภาพต่างๆ
เช่น เนื้อเยื่อที่เจริญผิดปกติ จุดเลือดออก หรือความผิดปกติอื่นๆ วิธีการต่างๆเหล่านี้ได้แก่
1.Indirect nasopharyngoscope อาศัยกระจกชนิดพิเศษและลำแสง ส่องเข้าไป
ในโพรงหลังจมูกและบริเวณใกล้เคียง
2.Direct nasopharyngoscope ใช้กล้องที่มีสายไฟเบอร์ออปติค(fiber-optic
scope) ลักษณะเป็นท่อเล็กๆที่โค้งงอได้ มีลำแสงพิเศษภายในท่อ ใส่ท่อนี้เข้าไปทางปาก
หรือจมูกจะมองเห็นเยื่อบุผิวบริเวณโพรงหลังจมูกได้โดยตรง แต่บางกรณีที่มะเร็งเกิดใต้
ต่อมเยื่อบุผิว แพทย์ไม่สามารถเห็นพยาธิสภาพด้วยวิธีการตรวจเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องอาศัย
ภาพถ่ายทางรังสีวินิจฉัย เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ช่วยในการประเมินโรค