ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งตับ

มะเร็งตับคืออะไร

สาเหตุของมะเร็งตับ

การตรวจหามะเร็งตับ

การบอกระยะโรคมะเร็ง

อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับ

การรักษามะเร็งตับ




การติดตามหลังการรักษา


มะเร็งตับ

การรักษา

การฉีดยาเคมีเข้าหลอดเลือดบริเวณตับหรือการฉีดสารเพื่ออุดกั้นหลอดเลือดที่เลี้ยงมะเร็งตับ

(Intrahepatic Chemotherapy/Chemoembolization)

Chemoembolization ทำได้โดยการฉีดยาเคมีบำบัดเข้าเส้นเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง

ในตับ เส้นเลือดก็จะถูกอุดตันด้วยยาที่มีส่วนผสมของน้ำมันหรืออนุภาคขนาดเล็ก ทำให้มีเลือดไปเลี้ยง

ก้อนมะเร็งลดลง

ตับ มีลักษณะพิเศษ คือ ได้รับเลือดจาก 2 ทาง คือ เส้นเลือดแดงตับ (hepatic artery) และ

เส้นเลือดดำ (portal vein) โดยได้เลือดจากเส้นเลือดดำ 75% และเส้นเลือดแดงเพียง 25% แต่ก้อน

มะเร็งมักจะได้รับเลือดจากเส้นเลือดแดง ดังนั้นเมื่อเส้นเลือดแดงถูกทำให้อุดตัน ก้อนมะเร็งก็จะขาด

ออกซิเจนและสารอาหาร แต่ตับก็ยังได้เลือดเลี้ยงจากเส้นเลือดดำ portal vein

ประโยชน์ต่อมาของการ embolization คือ จะไม่มีเลือดผ่านออกจากก้อนมะเร็ง ดังนั้นยาเคมี

จะอยู่ในก้อนมะเร็งเป็นเวลานานได้ถึง 1 เดือนหลังจากที่ฉีดยาเคมี วิธีนี้ก้อนมะเร็งจะได้รับปริมาณ

ยาเคมีมากถึง 20-200 เท่าเมื่อเทียบกับการฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำที่แขน เพราะยาจะค้างอยู่ภายใน

ก้อนมะเร็งแทนที่จะกระจายไปทั่วร่างกาย เนื้อตับส่วนอื่นก็จะไม่ค่อยได้รับผลกระทบและผลข้างเคียง

ก็ลดลง

ผู้ป่วยที่เหมาะสมต่อการรักษาด้วย intrahepatic chemoembolization

การรักษาวิธีนี้สามารถใช้ได้ทั้งกับมะเร็งตับปฐมภูมิและทุติยภูม แต่จะไม่ได้ส่งผลต่อมะเร็ง

ส่วนอื่นของร่างกาย ตัวอย่างของมะเร็งตับที่สามารถรักษาได้ด้วยวิธี chemoembolization ได้แก่

- Hepatoma

- Cholangiocarcinoma

- Metastasis

- Carcinoid

- Ocular melanoma

- Sarcomas

ต้องมีการตรวจหลายอย่างก่อนการรักษาด้วยวิธีนี้ ได้แก่ การตรวจเลือดดูการทำงานของตับ

การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือ การตรวจด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) โดยแพทย์จะดูผล

การตรวจเหล่านี้เพื่อคาดคะเนภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายไม่

เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีนี้ เช่น

- เส้นเลือดดำในตับอุดตัน (blockage of the portal vein)

- ตับแข็ง (cirrhosis)

- ท่อน้ำดีอุดตัน (blockage of bile duct)

การเตรียมตัวก่อนการรักษาด้วยวิธีนี้ ผู้ป่วยต้องงดน้ำงดอาหารหลังเที่ยงคืนก่อนมาโรงพยาบาล

และผู้ป่วยจะได้รับสารน้ำทางเส้นเลือดดำที่โรงพยาบาลเพื่อเอาไว้ให้ยาฆ่าเชื้อและยาอื่นๆ

หลังจากทำหัตถการเสร็จเรียบร้อย ผู้ป่วยจะได้กลับมาที่ห้องพัก และต้องนอนราบบนเตียงนาน

6 ชั่วโมง และจะได้รับสารน้ำทางเส้นเลือดดำต่อ ผู้ป่วยสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันรุ่งขึ้น

ผลข้างเคียงที่สำคัญของการรักษาด้วยวิธี chemoembolization คือ อาการปวด ไข้ และ

คลื่นไส้อาเจียน อาการอาจมากน้อยแตกต่างกัน แต่มักมีอาการอยู่เป็นชั่วโมงถึงเป็นวันหลังการรักษา

ซึ่งสามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ด้วยการกินยา ผู้ป่วยบางรายอาจมีผมร่วงได้เล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมีโอกาสเสี่ยงเล็กน้อยที่จะเกิดภาวะตับวาย หรือการติดเชื้อตามมาได้ ซึ่ง

ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายจากการรักษาด้วยวิธี chemoembolization แต่มีโอกาสเกิดได้

น้อยมาก


ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน