|
มะเร็งตับ
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งตับ
มะเร็งในส่วนนี้แบ่งได้เป็น
3 ชนิด คือ มะเร็งตับ มะเร็งของทางเดินน้ำดี
และมะเร็งถุงน้ำดี
มะเร็งตับ (Hepatocellular
carcinoma)
เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรังจากไวรัสตับอักเสบ
การทานอาหาร
ที่มีเชื้อราอัลฟาท๊อกซิน
และตับแข็งเรื้อรัง โดยพบได้บ่อยในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ในกลุ่มของผู้ป่วย
ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้
ควรตรวจเลือดดูค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ง (AFP) และทำ
อัลตราซาวด์ตับ
เพื่อคัดกรองเป็นระยะๆ ด้วย
อาการ
ตับโต
แน่นท้องด้านขวาบน บางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่ไหล่ด้านขวาได้
เบื่ออาหาร
น้ำหนักลด
ตัวเหลืองตาเหลือง เป็นต้น
การตรวจวินิจฉัย
1.
ตรวจเลือดดูการทำงานของตับ, ไวรัสตับอักเสบ, AFP
2.
การตรวจทางรังสีที่ตับและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์,
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, และ
เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
3.
การตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
ซึ่งอาจใช้เข็มเจาะผ่านทางหน้าท้องไปยังตำแหน่ง
ของก้อนก็ได้
การรักษา
ก้อนมีขนาดเล็ก
ไม่มีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาด โดยการ
ผ่าตัดให้หมด
หรือพิจารณาการฉีดสารเคมีเข้าไปที่ตัวก้อนเพื่อให้เซลล์มะเร็งตาย
ก้อนมีขนาดใหญ่
ซึ่งการผ่าตัดไม่สามารถทำได้ อาจพิจารณาในเรื่องการฉายแสง จากภาย
นอกเพื่อช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง
หรือการฉีดสารเคมีเข้าไปที่ตัวก้อนเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง
กลุ่มที่มีการแพร่กระจายของตัวโรค
ซึ่งมักจะพบที่เนื้อตับส่วนอื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การ
ให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ
ของร่างกายคงมีความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมีบำบัด
มะเร็งทางเดินน้ำดี
(Cholangiocarcinoma)
มะเร็งชนิดนี้เกิดที่บริเวณทางเดินน้ำดี
โดยแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ทางเดินน้ำดีที่อยู่ภายใน
ตับและทางเดินน้ำดีที่อยู่นอกตับ
ช่วงอายุที่พบได้บ่อย ประมาณ 50-70 ปี เพศชายมากกว่าเพศหญิง
เล็กน้อย
ในประเทศไทยนั้น ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อมะเร็งชนิดนี้ คือ
พยาธิใบไม้ในตับ ซึ่งพบมากใน
ปลาน้ำจืดที่ทำไม่สุก
เช่น ปลาร้า เป็นต้น ดังนั้นอุบัติการณ์
จึงพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่น
ได้แก่ การเป็นโรคทางเดินน้ำดีอักเสบเรื้อรัง, นิ่วในทางเดินน้ำดี,
โรคตับเรื้อรัง
เป็นต้น
อาการ
ตัวเหลืองตาเหลือง
ปวดท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
การตรวจวินิจฉัย
1.
ตรวจร่างกายเพื่อแยกโรคอื่นให้ชัดเจน
2.
การตรวจเลือดเพื่อดูค่าเคมีในเลือด ค่าการทำงานของตับ
และค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ง
เช่น
CA 19-9, CEA เป็นต้น
3.
การตรวจทางรังสีที่ตับและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์,
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, และ
เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
การรักษา
ก้อนมีขนาดเล็ก
ไม่มีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาดโดยการ
ผ่าตัดให้หมด
ก้อนมีขนาดใหญ่
ซึ่งการผ่าตัดไม่สามารถทำได้ อาจพิจารณาในเรื่องการฉายแสงจากภายนอก
เพื่อช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง
อาจร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดด้วยก็ได้
กลุ่มที่มีการแพร่กระจายของตัวโรค
ซึ่งมักจะพบที่เนื้อตับส่วนอื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การ
ให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ
ของร่างกายคงมีความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมีบำบัด
มะเร็งถุงน้ำดี (Gallbladder
cancer)
เป็นมะเร็งที่พบได้น้อยกว่ามะเร็งชนิดอื่นในบริเวณนี้
เริ่มต้นเกิดจากเซลล์เยื่อบุข้างในของ
ถุงน้ำดีมีการเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็ง
และลุกลามออกมาข้างนอก โรคนี้มักพบในระยะที่ตัวโรคมี
ขนาดใหญ่แล้ว
เนื่องจากอาการค่อนข้างคล้ายๆ
กับโรคอื่นในทางเดินอาหารและถุงน้ำดีอยู่หลังตับ
ทำให้ตรวจพบได้ยาก
อาการ
ปวดท้องเหนือกระเพาะอาหาร,
ตัวเหลืองตาเหลือง, เบื่ออาหาร, น้ำหนักลด
การตรวจวินิจฉัย
1.
การตรวจร่างกายเพื่อแยกโรคอื่นให้ชัดเจน
2.
การตรวจเลือดเพื่อดูค่าเคมีในเลือด ค่าการทำงานของตับ
และค่าที่ช่วยบ่งบอกถึงมะเร็ง
เช่น
CA 19-9, CEA เป็นต้น
3.
การตรวจทางรังสีที่ตับและช่องท้อง โดยอาศัยอัลตราซาวด์,
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และ
เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
4.
การส่งตรวจชิ้นเนื้อในตำแหน่งที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง
การรักษา
ก้อนมีขนาดเล็ก
ไม่มีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น กลุ่มนี้สามารถรักษาให้หายขาดโดยการ
ผ่าตัดให้หมด
ก้อนมีขนาดใหญ่
ซึ่งการผ่าตัดไม่สามารถทำได้ อาจพิจารณาในเรื่องการฉายแสง จากภาย
นอกเพื่อช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง
อาจร่วมกับการให้ยาเคมีบำบัดด้วยก็ได้
กลุ่มที่มีการแพร่กระจายของตัวโรค
ซึ่งมักจะพบที่เนื้อตับส่วนอื่นๆ และปอด ซึ่งในกลุ่มนี้การ
ให้ยาที่สามารถไปตามส่วนต่างๆ
ของร่างกายคงมีความเหมาะสมมากที่สุด เช่น เคมีบำบัด

|