มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)


ลักษณะโรคและอาการ

            สารเคมี ยา สารกัมมันตภาพรังสี ไวรัส ล้วนเชื่อว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรม อันนำไปสู่ 

การสร้างเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวออกมามาก ทำให้เม็ดเลือดที่ปกติมีจำนวนน้อยลงและทำงานได้ไม่เต็มที่ เม็ดเลือดแดง

น้อยลงทำให้ซีด เหนื่อย เพลีย เม็ดเลือดขาวน้อยลงทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสง่าย มีไข้ เกล็ดเลือดน้อยลงทำให้

เลือดออกง่าย มีจ้ำเลือดตามตัว ถ้าเซลล์มะเร็งไปสะสมที่อวัยวะใด อวัยวะนั้นก็จะโตขึ้น และทำงานผิดปกติไป เช่น ตับโต 

ม้ามโต เหงือกบวม มะเร็งเม็ดเลือดขาวแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

                1. มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน  มักพบในเด็ก เกิดจากการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวตัวอ่อนออกมามาก

ซึ่งเป็นเซลล์ที่ยังไม่สามารถทำงานได้ ทำให้เกิดอาการต่างๆอย่างรวดเร็ว และอาจเสียชีวิตได้ในเวลาไม่กี่เดือนถ้าไม่ได้รับ

การรักษา

                2. มะเร็งม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง  มักพบในผู้ใหญ่ เกิดจากการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ผิดปกติออกมามาก

ซึ่งเป็นเซลล์ที่ยังพอทำงานได้ ทำให้เกิดอาการต่างๆอย่างช้าๆ

การตรวจวินิจฉัย

            สามารถตรวจหารอยโรคได้ค่อนข้างง่ายด้วยวิธีการเจาะเลือด และเจาะไขกระดูก

การรักษา

            การรักษาได้พัฒนาขึ้นมากในระยะหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้อัตราการหายขาดจากโรคเพิ่มมากขึ้น 

การรักษาหลักในปัจจุบันคือการให้เคมีบำบัด และในบางกรณีอาจต้องมีการฉายรังสี หรือปลูกถ่ายไขกระดูก เพื่อให้

การควบคุมโรคดียิ่งขึ้น

                1. มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน  เริ่มด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดเพื่อโรคเข้าสู่ภาวะสงบ แต่อย่างไรก็ตาม 

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับเป็นโรคใหม่ จึงต้องมีการให้ยาเคมีบำบัดทั้งทางเส้นเลือดดำ และทางน้ำไขสันหลังต่อเนื่องหลายครั้ง 

เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกลับมาเป็นซ้ำ บางกรณีอาจจะต้องฉายรังสีบริเวณสมองหรือปลูกถ่ายไขกระดูกร่วมด้วย

                2. มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง  เริ่มด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดเพื่อโรคเข้าสู่ภาวะสงบ ถึงแม้ว่ามะเร็งเม็ดเลือดขาว 

ชนิดเรื้อรังจะมีอาการไม่รุนแรงมาก แต่ก็ไม่สามารถรักษาให้หายขาด ด้วยเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว จึงอาจรักษาให้หายขาด 

ได้ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก