มะเร็งหลอดอาหาร
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งหลอดอาหาร
มะเร็งหลอดอาหารเป็นมะเร็งของผู้ใหญ่ พบบ่อยเป็นอันดับ 7 ทั่วโลก พบมากใน
ประเทศที่กำลังพัฒนา พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง และมากกว่าร้อยละ 90พบในช่วง
อายุ 55-65 ปี
สาเหตุ
สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบ แต่เชื่อว่าเกิดจากการระคายเคืองเรื้อรัง และอาจจะ
สัมพันธ์กับ
1. เชื้อชาติ พบอุบัติการณ์สูงในประชากรที่อาศัยในอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก
2. การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มปัจจัยเสี่ยง
3. อาหารที่มีสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
ในหลายอวัยวะรวมทั้งมะเร็งหลอดอาหาร
อาการและอาการแสดง
อาการเริ่มแรกของมะเร็งหลอดอาหาร คือ อาการกลืนลำบากและน้ำหนักลด ซึ่งพบ
ได้ประมาณร้อยละ 90 ของผู้ป่วย อาการอื่นๆที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่ อาการกลืนแล้วเจ็บ
อาเจียนเป็นเลือด ถ้ามีการลุกลามของโรค ผู้ป่วยอาจจะมีอาการไอเป็นเลือด อุจจาระสีดำ
เสียงแหบ หรืออาจคลำต่อมน้ำเหลืองได้ที่คอ เป็นต้น
การตรวจเพื่อวินิจฉัย
1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย
2. เมื่อสงสัยมะเร็งหลอดอาหาร แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการเอ็กซเรย์กลืนแป้ง
หรืออาจเป็นเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูภาพ ตำแหน่ง และพยาธิสภาพของหลอดอาหาร
การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อหาระยะของโรคและประเมินผู้ป่วยเพื่อวางแผนการรักษา
3. การตรวจเอ็กซเรย์ปอด การอัลตราซาวน์ตับ การตรวจภาพสแกนกระดูก เพื่อดู
การแพร่กระจายของโรค
4. การตรวจเลือด ดูการทำงานของไขกระดูก ตับ ไต
การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ในผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างการ ทั้งนี้จะเป็นไปตามข้อ
บ่งชี้ทางการแพทย์
ระยะของโรค
มะเร็งหลอดอาหาร แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก ยังอยู่เฉพาะในตัวหลอดอาหาร
ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งลุกลามมากขึ้น ลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
ระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งลุกลามออกมาทะลุเนื้อเยื่อของหลอดอาหาร และมีการ
ลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
ระยะที่ 4 ก้อนมะเร็งลุกลามเข้าอวัยวะใกล้เคียง หรือมีการกระจายไปต่อม
น้ำเหลืองไกลๆ หรือกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆที่อยู่ไกลออกได้ ได้แก่ ปอด ตับ หรือ
กระดูก เป็นต้น
การรักษา
การรักษามะเร็งหลอดอาหาร มีการรักษาหลัก 3 วิธี คือ การผ่าตัด การฉายรังสี
และการให้ยาเคมีบำบัด
1. การผ่าตัด การผ่าตัดใช้ได้ผลดีกับมะเร็งหลอดอาหารระยะต้นๆ และเป็นมะเร็ง
หลอดอาหารในตำแหน่งที่ผ่าตัดได้ นอกจากนั้นยังช่วยในการบรรเทาอาการกลืนลำบาก
โดยการผ่าตัดเอาหลอดอาหารส่วนที่เป็นมะเร็งออก
แต่ในผู้ป่วยระยะลุกลาม ผู้ป่วยไม่สามารถกลืนอาหารทางปากได้ อาจมีการผ่าตัด
โดยการให้อาหารทางสายบริเวณหน้าท้อง เข้ากระเพาอาหารหรือลำไส้เล็กแทนได้
2. การฉายรังสี มีหลายลักษณะ อาจเป็นการฉายรังสีเพียงอย่างเดียว หรือการฉาย
รังสีร่วมกับการให้เคมีบำบัด หรือทั้งฉายรังสี การให้เคมีบำบัด และผ่าตัด ซึ่งการเลือก
ลักษณะหรือวิธีขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์คำนึงจากระยะของโรคและผู้ป่วยเป็นรายๆไป
วัตถุประสงค์ของการฉายรังสี แบ่งได้ 2 ประการ คือ
1) ใช้รักษาเพื่อควบคุมโรค ใช้รักษาในผู้ป่วยระยะลุกลามไม่มาก และสุขภาพ
แข็งแรงดี
2) ใช้รักษาเพื่อประคับประคองอาการ ซึ่งจะใช้รักษาในผู้ป่วยที่ไม่สามารถผ่าตัด
ได้เนื่องจากมะเร็งลุกลามมาก หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ทั่วร่างกาย ผู้ป่วย
เหล่านี้ต้องการการรักษาเพื่อบรรเทาอาการจากการกลืนลำบาก กลืนเจ็บ หรืออาการปวด
ของการกระจายของมะเร็งไปยังอวัยวะอื่นๆ
3. การให้เคมีบำบัด ลักษณะเช่นเดียวกับการฉายรังสี อาจให้ร่วมกับการฉายรังสี
หรือให้ร่วมกับการฉายรังสีและการผ่าตัด คำนึงจากระยะของโรคและผู้ป่วยเป็นรายๆ
เช่นกัน
การติดตามการรักษา
เมื่อได้รับการรักษาครบเรียบร้อยแล้ว โดยทั่วไปแพทย์จะนัดติดตามอาการ โดย
ในช่วง 1-2 ปีแรก หลังการรักษา อาจนัดติดตามอาการทุก 1-2 เดือน ปีที่ 3-5 หลังการ
รักษา อาจนัดตรวจทุก 2-3 เดือน ในปีที่ 5 อาจนัดตรวจทุก 6-12 เดือน