ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้

มะเร็งลำไส้ใหญ่, ปัจจัยเสี่ยงและอาการของโรค

การตรวจวินิจฉัยและการพยากรณ์โรค

การประเมินระยะของโรคมะเร็ง

การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

ระยะของมะเร็งลำไส้ใหญ่และการกลับเป็นซ้ำ

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่

การเลือกวิธีการรักษาสำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่

การตรวจยีน KRAS กับการรักษาโรค
มะเร็งลำไส้ใหญ่


มะเร็งลำไส้

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้

เป็นมะเร็งของผู้ใหญ่ พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งทั้งหมดทั้งในเพศชายและเพศหญิงทั่วโลก พบมากในประเทศ
แถบอเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรปเหนือ และยุโรปตะวันตก สำหรับในประเทศไทย พบว่าเป็นมะเร็งที่พบ
เป็น
อันดับ 4 ของมะเร็งทั้งหมดทั้งในเพศชายและเพศหญิงและมากกว่าร้อยละ 90 มักพบในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี
ขึ้นไป
โดยจะพบเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย

ปัจจัยเสี่ยง

1. การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงและมีกากหรือไฟเบอร์น้อย
2. ประวัติการมีเนื้องอกหรือภาวะที่มีการอักเสบของเนื้อเยื่อลำไส้ใหญ่ เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีโอกาสเพิ่มการเกิด
มะเร็งลำไส้มากขึ้น
3. ประวัติการมีมะเร็งลำไส้ในครอบครัว หรือมะเร็งอื่นๆ เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก และมะเร็งเต้านม
พบว่ามีโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้มากกว่าคนทั่วไป

อาการและอาการแสดง

อาการของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ที่ทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของโรค โดยทั่วไปอาการที่พบบ่อยที่สุดคือ
ปวดท้อง ส่วนอาการอื่นๆ ที่พบร่วมด้วย ได้แก่ การมีประวัติท้องผูกสลับท้องเสีย (change in bowel habit),
คลื่นไส้
อาเจียน, ท้องอืด, ถ่ายเป็นเลือด, อ่อนเพลียเบื่ออาหารหรือน้ำหนักลด และอาจพบก้อนในท้อง

การตรวจเพื่อวินิจฉัย

1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย
2. เมื่อสงสัยมะเร็งลำไส้ แพทย์อาจตรวจเพิ่มเติมด้วยการเอกซเรย์สวนแป้งทางทวาร รวมทั้งการส่องกล้อง
เพื่อประเมินขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของรอยโรค
     การตัดชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันสามารถทำได้ในระหว่างการส่องกล้อง มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวินิจฉัย
นอกจากนั้น การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ เพื่อหาระยะของโรค
3. การตรวจเอ็กเซร์ปอด การอัลตราซาวน์ตับ เพื่อดูการแพร่กระจายของโรค
4. การตรวจเลือด ดูการทำงานของไขกระดูก ตับ ไต
การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ ในผู้ป่วยแต่ละรายแตกต่างการ ทั้งนี้จะเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

ระยะของโรค

มะเร็งลำไส้ แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ

ระยะที่ 1  – ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็ก ยังอยู่เฉพาะในตัวลำไส้ใหญ่
ระยะที่ 2  – ก้อนมะเร็งลุกลามออกมาทะลุเนื้อเยื่อของลำไส้ใหญ่ แต่ยังไม่มีการลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
ระยะที่ 3  – ก้อนมะเร็งอาจลุกลามออกมาทะลุเนื้อเยื่อของลำไส้หรือไม่ก็ได้ แต่มีการลุกลามไปต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
ระยะที่ 4  – ก้อนมะเร็งลุกลามเข้าอวัยวะใกล้เคียง หรือมีการกระจายไปต่อมน้ำเหลืองไกลๆ หรือกระจายไปยัง
อวัยวะอื่นๆที่อยู่ไกลออกได้ ได้แก่ ปอด ตับ เป็นต้น

การรักษา

การรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ การรักษาหลักในกรณีที่โรคยังไม่แพร่กระจาย คือ การผ่าตัด 

การผ่าตัด  การผ่าตัดเป็นการตัดเอาก้อนมะเร็งออกและลำไส้บางส่วนร่วมกับต่อมน้ำเหลืองในบริเวณนั้นออก
การฉายรังสี  และ/หรือยาเคมีบำบัด  นิยมใช้เป็นการรักษาเสริม เพื่อเพิ่มผลการรักษาในดียิ่งขึ้น ปัจจุบันมีหลายลักษณะ
ซึ่งอาจจะให้ก่อนหรือหลังการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์คำนึงจากระยะของโรคและผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป
สำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ในระยะที่ 4 ไม่สามารถผ่าตัดได้หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ จุดมุ่งหมายในการ 
รักษาจะเป็นการประคับประคองอาการ  มักจะเริ่มด้วยการในยาเคมีบำบัด สำหรับการฉายรังสีอาจจะช่วยได้ในกรณี
การรักษาเพื่อบรรเทาอาการจากเจ็บเวลาถ่าย ปวดทวารหนักจากตัวก้อน หรืออาการปวดของการกระจายของมะเร็ง
ไปยังอวัยวะอื่นๆ

การติดตามการรักษา

เมื่อได้รับการรักษาครบเรียบร้อยแล้ว โดยทั่วไปแพทย์จะนัดติดตามอาการ โดยในช่วง 1-2 ปีแรก หลังการรักษา
อาจนัดติดตามอาการทุก 1-2 เดือน ปีที่ 3-5 หลังการรักษา อาจนัดตรวจทุก 2-3 เดือน ในปีที่ 5 อาจนัดตรวจทุก
6-12 เดือน



ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน