มะเร็งปากมดลูก
ทางเลือกของการรักษามะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกนั้นมีทางเลือกในการรักษาแตกต่างกันหลายวิธี
ทางเลือกในการรักษามะเร็งปากมดลูกนั้นมีแตกต่างกันหลายวิธี
บางวิธีเป็นที่ใช้กันทั่วไป และยอมรับจากสถาบันทั่วโลกและ
บางวิธียังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาทดลอง
ซึ่งการศึกษาทดลองนั้นมีส่วนช่วยในการปรับปรุงการรักษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
หรือเพื่อให้
พบวิธีการรักษาแบบใหม่เมื่อการศึกษาทดลองแสดงว่าการรักษาใหม่ดีกว่าการรักษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
การรักษาใหม่นั้นอาจจะกลาย
เป็นการรักษาที่ยอมรับและใช้เป็นมาตรฐานการรักษาในเวลาต่อมา
ถ้าเป็นไปได้
ผู้ป่วยน่าจะตัดสินใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ
ศึกษาทดลองเพื่อการพัฒนาทางการแพทย์ในบางการศึกษาทดลองนั้นจะเปิดรับเฉพาะผู้ป่วยที่ยังไม่เริ่มการรักษาเท่านั้น
การรักษาที่เป็นมาตรฐานมี 3 วิธี
คือ
1. การผ่าตัด
การผ่าตัด
คือการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกไปจากร่างกาย
การผ่าตัดในมะเร็งปากมดลูกมีหลายวิธี ดังนี้
1) การตัดปากมดลูกออกเป็นรูปโคน (
Conization )
เป็นการตัดส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อของปากมดลูกและช่องภายในปากมดลูก
ออกเป็นรูปโคน
หลังจากนั้นพยาธิแพทย์จะนำเนื้อเยื่อที่ได้มาส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาเซลล์มะเร็ง
การผ่าตัดออกเป็นรูปโคนนี้อาจ
จะใช้ในการวินิจฉัยหรือการรักษามะเร็งปากมดลูกก็ได้
การผ่าตัดวิธีนี้อาจะเรียกว่าการตัดชิ้นเนื้อรูปโคน (Cone biopsy)
2) การผ่าตัดมดลูก ( Total hysterectomy )
เป็นการผ่าตัดมดลูกรวมทั้งปากมดลูกออกจากร่างกาย
ถ้ามดลูกและปากมดลูก
ถูกตัดออกโดยใช้เครื่องมือผ่าตัดผ่านทางช่องคลอดจะเรียกการผ่าตัดนั้น
ว่าการผ่าตัดมดลูกผ่านช่องคลอด (Vaginal
hysterectomy)
ถ้าผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออกผ่านทางหน้าท้องซึ่งจะมีรอยแผลที่หน้าท้องขนาดใหญ่
จะเรียกการผ่าตัดนั้นว่า การผ่าตัดมดลูกผ่าน
หน้าท้อง (Total
abdominal
hysterectomy)
แต่ถ้าผ่าตัดมดลูกและปากมดลูกออกโดยใช้กล้องเล็กๆผ่านทางรอยผ่าตัดเล็กๆ ที่
หน้าท้อง
จะเรียกการผ่าตัดนี้ว่า
การผ่าตัดมดลูกโดยการส่องกล้อง (Total laparoscopic hysterectomy)
3) การผ่าตัดรังไข่และท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้าง
( Bilateral
salpingo-oophorectomy) เป็นการผ่าตัดเพื่อตัดเอารังไข่และ
ท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้างออก
4) การผ่าตัดมดลูกแบบถอนราก ( Radical
hysterectomy )
เป็นการผ่าตัดเพื่อตัด มดลูก ปากมดลูก และส่วนหนึ่งของ
ช่องคลอดออกจากร่างกาย
นอกจากนี้รังไข่ ท่อนำไข่ หรือต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ๆ
อาจถูกผ่าตัดออกไปด้วยเช่นกัน
5) การผ่าตัดอวัยวะในอุ้งเชิงกรานแบบกว้าง
(Pelvic
exenteration) เป็นการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ส่วนล่าง ทวารหนัก และ
กระเพาะปัสสาวะออก
การผ่าตัดนี้ในผู้หญิงนั้นจะตัดเอาปากมดลูก ช่องคลอด รังไข่
และต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ๆออกไปด้วยเช่นกัน
ช่องทางที่จะใช้เพื่อขับถ่ายทั้งปัสสาวะและอุจจาระจะถูกสร้างขึ้นเพื่อนำของเสียออกจากร่างกายไปยังถุงเก็บ
นอกจากนี้หลังจากการ
ผ่าตัดนี้อาจมีการผ่าตัดเพื่อจะสร้างช่องคลอดขึ้นมาใหม่ด้วย
6) การผ่าตัดปากมดลูกโดยใช้ความเย็น (
Cryosurgery )
เป็นการรักษาที่ใช้อุปกรณ์ที่แช่แข็งนำไปทำลายเนื้อเยื่อที่ผิด
ปกติใช้ในระยะที่พบว่ามีเซลล์ผิดปกติแต่ยังไม่เป็นมะเร็ง
( Carcinoma in
situ )
7) การผ่าตัดโดยใช้เลเซอร์ ( Laser surgery
)
เป็นการผ่าตัดที่ใช้แสงเลเซอร์เป็นมีด เพื่อทำให้มีเลือดออกน้อย
หรือใช้
ตัดเอาเฉพาะส่วนพื้นผิวของก้อน
8) การผ่าตัดปากมดลูกโดยใช้วงขดลวดที่มีกระแสไฟฟ้า (
LEEP ) เป็นการรักษาที่ใช้วงของลวดเส้นเล็กๆที่มีกระแสไฟฟ้า
ผ่านอยู่ภายในเป็นเหมือนมีด
ใช้ตัดส่วนของเนื้อเยื่อที่ผิดปกติหรือเนื้อเยื่อมะเร็งออก
2. การรักษาโดยการฉายรังสี
การรักษาโดยการฉายรังสี
เป็นการรักษามะเร็งที่ใช้รังสีเอ็กซเรย์พลังงานสูง หรือรังสีชนิดอื่นๆ
เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งหรือ
ทำให้หยุดการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
การฉายรังสีมี 2 ชนิด ได้แก่
1) การฉายรังสีจากภายนอก ( External
radiation therapy
) เป็นการใช้เครื่องมือที่อยู่ภายนอกร่างกายส่งรังสีเข้าใน
ร่างกายผ่านก้อนมะเร็ง
2) การฉายรังสีจากภายใน หรือ การใส่แร่ (
Internal
radiation therapy )
เป็นการใช้สารที่ปล่อยรังสีได้ซึ่งอยู่ภายใน
เข็ม ก้อนเล็กๆ ขดลวด
หรือท่อ ใส่เข้าไปภายในหรือใกล้ๆบริเวณของก้อนมะเร็งโดยตรง
การเลือกวิธีที่ใช้ในการฉายรังสีนั้นขึ้นกับชนิดและระยะของมะเร็งที่จะรักษา
3. การรักษาโดยการใช้ยาเคมีบำบัด
การรักษาโดยใช้ยาเคมีบำบัดเป็นการรักษามะเร็งที่ใช้ยาในการหยุดการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
หรือทั้งทำลายเซลล์มะเร็งและ
หยุดการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง
เมื่อรับประทานยาเคมีบำบัดหรือฉีดยาเคมีบำบัดเข้าในหลอดเลือดดำหรือกล้ามเนื้อ
ยาจะเข้าไปใน
กระแสเลือดและไปมีผลกับเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย
(Systemic chemotherapy)
ผู้ป่วยน่าจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาทดลองหรือไม่
ในผู้ป่วยบางคน
การเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาทดลองอาจจะเป็นทางเลือกในการรักษาที่ดีที่สุด
เพราะการศึกษาทดลอง
เป็นการศึกษาเพื่อหาวิธีการรักษาใหม่ซึ่งอาจจะปลอดภัย
มีประสิทธิภาพ และดีกว่าการรักษาที่ใช้รักษาอยู่ปัจจุบันนี้
การรักษาที่ใช้รักษาอยู่ในปัจจุบันนี้นั้นขึ้นกับการศึกษาทดลองที่ได้ทำในอดีต
ผู้ป่วยที่ตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา
ทดลองอาจได้รับการรักษาที่เป็นการรักษาที่เป็นมาตรฐานซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบันนี้
หรือการรักษาใหม่ที่อาจจะดีกว่าการรักษาที่ใช้อยู่
ปัจจุบันก็ได้
นอกจากนี้
ผู้ป่วยที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาทดลองยังมีส่วนร่วมในการช่วยศึกษาวิธีการรักษามะเร็งในอนาคตอีกด้วย
และถึงแม้ว่าการรักษาวิธีใหม่ในการศึกษาทดลองจะไม่ประสบความสำเร็จในการใช้รักษา
แต่ก็ยังสามารถใช้การศึกษาทดลองครั้งนี้
ในการตอบคำถามสำคัญต่างๆ
และช่วยเป็นข้อมูลเพื่อให้มีการทดลองต่อไป
ผู้ป่วยสามารถเข้าร่วมการศึกษาทดลองทั้งก่อน ระหว่าง
และหลังเริ่มการรักษาโรคมะเร็ง
การศึกษาทดลองบางการศึกษานั้นรับเฉพาะผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการรักษาใดๆเลย
บางการศึกษารับผู้ป่วยที่ได้รักษามะเร็ง
ไปแล้วแต่มะเร็งนั้นไม่ดีขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาที่ทดลองรักษาวิธีใหม่เพื่อยับยั้งการกลับเป็นซ้ำมะเร็ง
หรือการศึกษาเพื่อลดผล
ข้างเคียงของการรักษามะเร็ง
การตรวจเพิ่มเติมขณะติดตามการรักษาอาจจำเป็น
การตรวจเพิ่มเติมบางอย่าง
ซึ่งเคยทำแล้วก่อนที่จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งหรือทำเพื่อหาระยะของมะเร็ง
อาจจะต้องทำซ้ำ
เพื่อดูว่าการรักษาที่ได้รับนั้นได้ผลดีหรือไม่
ซึ่งการตรวจดังกล่าวมีส่วนช่วยในการตัดสินใจว่าจะทำการรักษาวิธีเดิมต่อ
เปลี่ยนวิธีการ
รักษาหรือหยุดการรักษานั้นๆ การตรวจวิธีนี้
เรียกว่า การประเมินระยะของมะเร็งซ้ำ (Re-staging)
บางครั้งอาจมีการตรวจเพิ่มเติมบางอย่างที่ต้องทำต่อเนื่องหลังจากเสร็จสิ้นการรักษาแล้ว
ผลของการตรวจเหล่านี้จะแสดงถึง
การเปลี่ยนแปลงหรือการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง
การตรวจวิธีนี้ เรียกว่า การติดตามการรักษา (Follow up tests or check-ups)
|