ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกคืออะไร
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ปัจจัยที่มีผลต่อโอกาสในการหายจากมะเร็ง
ปากมดลูกและทางเลือกในการรักษา
ระยะของมะเร็งปากมดลูก
ทางเลือกของการรักษามะเร็งปากมดลูก
การเลือกวิธีรักษามะเร็งปากมดลูก โดยประเมินจาก
ระยะของมะเร็งปากมดลูก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเชื้อไวรัส HPV
และมะเร็งปากมดลูก


มะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูกระยะแรกๆ นั้นจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้แต่ตรวจพบได้โดยการตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกทุกปี

มะเร็งปากมดลูกระยะแรกๆนั้นอาจจะไม่มีอาการหรืออาการแสดงใดๆเลยก็ได้ ดังนั้นผู้หญิงทุกคนจึงควรตรวจเช็คมะเร็ง

ปากมดลูกทุกปีเพราะถ้าตรวจพบมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ระยะแรกๆ จะมีโอกาสในการหายจากโรคมะเร็งปากมดลูกได้มากกว่า

อาการที่อาจจะพบในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูก  คือ  การมีเลือดออกทางช่องคลอดและอาการปวดท้องน้อย

อาการที่อาจจะพบในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปากมดลูกนั้นพบว่าอาจจะพบในผู้ป่วยโรคอื่นได้เช่นกัน ผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้จึง

ควรที่จะไปปรึกษาแพทย์เพื่อการวินิจฉัยที่แน่ชัด อาการดังกล่าวนั้น ได้แก่

- การมีเลือดออกทางช่องคลอด

- การมีสารคัดหลั่งผิดปกติออกจากช่องคลอด เช่น ตกขาว

- อาการปวดท้องน้อย

- อาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

การตรวจที่สามารถวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกได้ ได้แก่

- การตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกโดยการทำแป๊บ ( Pap smear ) เป็นการเก็บเซลล์จากบริเวณพื้นผิวของปากมดลูกและ

ช่องคลอดโดยใช้สำลีพันปลายไม้ แปรง หรือ แท่งไม้เล็กๆ ขูดเบาๆบริเวณปากมดลูกและช่องคลอดแล้วป้ายลงบนแผ่นสไลด์จากนั้น

แพทย์จะส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อดูเซลล์ดังกล่าว และหาความผิดปกติของเซลล์เหล่านั้น การตรวจวิธีนี้ เรียกว่า การตรวจแป๊บ 

( Pap test )

- การตรวจคอลโปสโคป ( Colposcopy ) เป็นการตรวจปากมดลูกและช่องคลอดโดยการส่องกล้องขยาย ตรวจหา

บริเวณที่ผิดปกติจากนั้นอาจจะมีการเก็บเนื้อเยื่อไปตรวจโดยการใช้อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายช้อนเล็กๆขูดบริเวณที่ผิดปกติ แล้วนำ

ไปส่องกล้องจุลทรรศน์เพื่อหาความผิดปกติต่อไป

- การตัดชิ้นเนื้อ ( Biopsy ) เป็นการตัดชิ้นส่วนเล็กๆของเนื้อเยื่อออกมาจากปากมดลูกที่ผิดปกติ จากนั้นพยาธิแพทย์จะนำ

มาตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง โดยปกติจะทำการตัดชิ้นเนื้อเมื่อมีการตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูกโดยการทำ

แป๊บแล้วผิดปกติ การตัดชิ้นเนื้อในบางรายอาจทำเป็นการตัดชิ้นเนื้อรูปโคน ( Cone biopsy ) ซึ่งจะได้ชิ้นเนื้อจากปากมดลูกขนาด

ใหญ่กว่า

- การตรวจภายใน (Pelvic exam) เป็นการตรวจช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก ท่อนำไข่ รังไข่ และทวารหนัก โดยการใช้

นิ้วมือหนึ่งหรือสองนิ้วของมือข้างหนึ่งใส่ถุงมือและหล่อลื่นด้วยน้ำยาหล่อลื่นสอดเข้าในช่องคลอด และวางมืออีกข้างหนึ่งที่บริเวณ

ท้องน้อยของผู้ป่วยเพื่อจะได้รู้ถึงขนาด รูปร่าง และตำแหน่งของมดลูกและรังไข่และยังมีการตรวจอีกอย่างหนึ่ง คือการใช้เครื่องมือ

ซึ่งเรียกว่า สเปคคูลัม (Speculum) ซึ่งเป็นเหล็กที่มีรูปร่างคล้ายปากเป็ด สอดเข้าไปในช่องคลอดเพื่อดูความผิดปกติของช่องคลอด

และปากมดลูก โดยอาจจะทำการตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก โดยการทำแป๊บในขณะใส่เครื่องมือนี้ด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการตรวจ

ทางทวารหนัก โดยการใช้นิ้วมือซึ่งใส่ถุงมือและหล่อลื่นแล้ว สอดเข้าในทวารหนัก เพื่อตรวจหาก้อนหรือบริเวณที่ผิดปกติได้

- การขูดเนื้อเยื่อบริเวณด้านในของปากมดลูก (Endocervical curettage) เป็นการใช้อุปกรณ์ซึ่งมีลักษณะคล้ายช้อน  

อันเล็กๆ ขูดเซลล์หรือเนื้อเยื่อที่อยู่ในรูของปากมดลูก จากนั้นเนื้อเยื่อตัวอย่างที่ได้จากการขูดออกมานั้นจะถูกส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์

เพื่อหาเซลล์มะเร็งการขูดมดลูกนี้ ในบางครั้งอาจทำพร้อมกันกับการตรวจคอลโปสโคปด้วย


ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน