ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
  ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้สูงขึ้น
  สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม
  วิธีการตรวจที่ใช้ในการค้นหาและวินิจฉัยมะเร็งเต้านม
   ปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการพยากรณ์โรค
 
และการเลือกวิธีการรักษา
  การแบ่งระยะความรุนแรงของมะเร็ง
  การรักษามะเร็งเต้านม
  คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม
  ทางด่วนมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านม

มีการรักษาหลักอยู่ 4 วิธี ประกอบด้วย

1. การผ่าตัด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะได้รับการผ่าตัดเพื่อนำเนื้องอกออกจากหน้าอกร่วมกับต่อมน้ำเหลืองบางส่วนเพื่อดูว่ามีเซลล์มะเร็งอยู่

หรือไม่การผ่าตัดหลักๆ มีอยู่ 4 วิธี ได้แก่

1.1 การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม เป็นการผ่าตัดที่นำเอาเนื้องอกออกซึ่งประกอบไปด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้

1) การตัดเฉพาะตัวเนื้องอกออก เป็นการผ่าตัดนำเอาเนื้องอกและเนื้อเยื่อที่ปกติรอบ ๆ เนื้องอกออก

2) การตัดเอาเต้านมบางส่วนออก เป็นการผ่าตัดนำเอาเต้านมที่มีเนื้องอกออกบางส่วนร่วมกับเนื้อเยื่อที่ผิดปกติรอบ ๆ

นอกจากนี้ยังมีการนำเอาต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณใต้รักแร้ออกมาตรวจพร้อมกับการผ่าตัดเต้านมอีกด้วย

1.2 การผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งข้าง  เป็นการผ่าตัดที่นำเอาเต้านมข้างที่มีเนื้องอกออกทั้งหมดร่วมกับต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้

เพื่อการตรวจวินิจฉัย

1.3  การผ่าตัดเอาเต้านมออกทั้งข้างแบบปรับปรุง (Modified radical mastectomy) เป็นการผ่าตัดที่นำเอาเต้านม

ข้างที่มีเนื้องอกออกทั้งหมดร่วมกับต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้, ต่อมน้ำเหลืองใต้ผนังหน้าอกและกล้ามเนื้อผนังหน้าอก

1.4 การผ่าตัดเต้านมแบบกว้าง (Radical mastectomy) เป็นการผ่าตัดที่นำเอาเต้านมข้างที่มีเนื้องอก, กล้ามเนื้อใต้

หน้าอก และต่อมน้ำเหลืองทั้งหมดที่รักแร้ออก

2. การฉายแสงหรือการฉายรังสี

เป็นการใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งหรือป้องกันเซลล์มะเร็งเติบโตแบ่งได้เป็น 2 ชนิด

2.1 การฉายแสงภายนอก  เป็นการใช้เครื่องฉายรังสีส่งรังสีไปยังบริเวณก้อนเนื้องอก ผนังหน้าอก หรือต่อมน้ำเหลือง 

มักใช้ภายหลังได้รับการผ่าตัด และได้ยาเคมีบำบัดแล้ว ในผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งขนาดใหญ่กว่า 5 ซม. มีการลุกลามที่ต่อมน้ำเหลือง

หรือผ่าตัดก้อนมะเร็งได้ขอบเขตไม่เพียงพอ และกรณีผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดแบบสงวนเต้านม

2.2 การฉายแสงภายในหรือการฝังแร่  เป็นการใช้สารกัมมันตรังสีติดกับอุปกรณ์บางชนิด เช่น เข็ม, ลวด จากนั้นนำไป

วางไว้ในบริเวณที่เป็นเนื้องอกหรือบริเวณข้างเคียง

3. การใช้ยาเคมีบำบัด  

เป็นการใช้ยาเพื่อหยุดการเจริญเติบโตของเนื้องอกโดยการกำจัดหรือหยุดเนื้องอกจากการแบ่งตัววิธีการให้ยามีทั้งชนิด

รับประทานและชนิดฉีดเข้าเส้นเลือดหรือฉีดเข้าบริเวณกล้ามเนื้อ วิธีการให้ยาขึ้นอยู่กับชนิดและระยะของโรค

4. การรักษาด้วยฮอร์โมน

เป็นการรักษาโดยการนำเอาฮอร์โมนหรือหยุดการทำงานของฮอร์โมนเป็นผลทำให้เซลล์มะเร็งหยุดการเจริญเติบโต ถ้า

ตรวจพบว่าเซลล์มะเร็งมีตัวรับการตอบสนองต่อฮอร์โมน (receptors) อาจเลือกวิธีการรักษาเพื่อลดการทำงานของฮอร์โมนได้

หลายวิธีดังนี้  การใช้ยาการผ่าตัดและการฉายรังสี เช่น มะเร็งเต้านมซึ่งตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนและเอสโตรเจนสร้าง

มาจากรังไข่ อาจใช้วิธีการผ่าตัดรังไข่ออกเพื่อหยุดการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน หรือการรักษาด้วยยา Tamoxifen ซึ่งใช้รักษา

มะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น และระยะลุกลาม แต่มีข้อพึงระวังเนื่องจากการกินยา Tamoxifen สามารถออกฤทธิ์ได้กับเซลล์ทั่ว

ร่างกายทำให้อาจเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้หรือการรักษาด้วยยา Aromatase Inhibitor ซึ่งให้ในผู้หญิง

วัยหมดระดูที่เป็นมะเร็งชนิดที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยฮอร์โมน โดยยาชนิดนี้จะไปยับยั้งการเปลี่ยนฮอร์โมนแอนโดนเจนไปเป็น

เอสโตรเจน ซึ่งยาชนิดนี้สามารถใช้ในระยะต้นของโรคมะเร็งเต้านมโดยเป็นการรักษาเสริมแทนยา Tamoxifen หรือหลังจาก

สองปี หรือมากกว่าของการใช้ยา Tamoxifen

การรักษาแบบใหม่ที่ยังอยู่ในขั้นทดลอง

- Sentinel Lymph node biopsy followed by surgery  เป็นการนำต่อมน้ำเหลืองต่อมแรกที่มีการแพร่กระจาย

จากเนื้องอกออก โดยใช้สารกัมมันตรังสีฉีดเข้าใกล้กับเนื้องอก ซึ่งต่อมน้ำเหลืองต่อมแรกที่ได้รับสารกัมมันตรังสีจะถูกตัดออก พยาธิ-

แพทย์ จะทำการตรวจเพื่อหาเซลล์มะเร็ง   ถ้าไม่พบเซลล์มะเร็งก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำต่อมน้ำเหลืองอื่น ๆ  ออกหลังจากนั้น

ศัลยแพทย์จะผ่าตัดเนื้องอกออกตามวิธีข้างต้น

- High dose chemotherapy with stem cell transplant  เป็นการให้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงร่วมกับการให้เซลล์

ต้นกำเนิดเม็ดเลือดทดแทนเซลล์เดิมที่ถูกทำลายจากการรักษามะเร็งซึ่งมีวิธีการ ดังนี้

1. นำเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดออกจากไขกระดูกของผู้ป่วยหรือผู้บริจาคแล้วแช่แข็งเก็บไว้

2. หลังจากให้ยาเคมีบำบัดเสร็จสิ้นนำเอาเซลล์ต้นกำเนิดกลับไปให้ผู้ป่วยอีกครั้ง

การศึกษานี้พบว่าผลการรักษาไม่แตกต่างจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว

- Monoclonal Antibodies as adjuvant therapy  เป็นการรักษาโดยการใช้ Antibodies โดย Antibodies 

เหล่านี้ จะไปจับกับสารที่ทำให้ตัวเนื้องอกเจริญเติบโต ผลโดยรวมจะทำให้เซลล์มะเร็งตาย หยุดการเจริญเติบโตหรือหยุดการแพร่

กระจาย การรักษาด้วยวิธีนี้สามารถให้ร่วมกับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ยา Trastuzumab (Herceptin) 

ซึ่งมีผลในการยับยั้งการทำงานของโปรตีน HER-2 ซึ่งโปรตีน HER-2 เป็นตัวเร่งการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม

- Tyrosine kinase inhibitors as adjuvant therapy   เป็นการยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกอย่างเฉพาะ

เจาะจง (Targeted therapy) สามารถใช้ร่วมกับยากต้านมะเร็งตัวอื่นเป็นการรักษาเสริมได้ ตัวอย่างเช่น Lapatinib ซึ่งยับยั้ง

การทำงานของ HER-2  สามารถใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีผล  HER-2 receptor  เป็นบวกในรายที่ได้รับการรักษาด้วย 

Trastuzumab แล้วไม่ได้ผล

การรักษาโดยแบ่งตามระยะของโรค

1. Ductal Carcinoma in situ

- การผ่าตัดแบบสงวนเต้านมและการฉายแสง อาจมีการใช้ยา Tamoxifen ร่วมด้วยหรือไม่ขึ้นกับผลการตรวจ 

receptor

- การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด อาจมีการใช้ยา Tamoxifen ร่วมด้วยหรือไม่ขึ้นกับผลการตรวจ receptor 

- การผ่าตัดแบบสงวนเต้านม โดยไม่มีการฉายแสงร่วมด้วยในผู้ป่วยบางกรณี

2. Lobular carcinoma in situ

- การเฝ้าระวังโดยการตัดชิ้นเนื้อร่วมกับการตรวจร่างกายและ Mammogram เป็นประจำเพื่อความเปลี่ยน

แปลงที่อาจเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด

- ให้การรักษาด้วยยา Tamoxifen เพื่อลดอัตราการเกิดมะเร็งเต้านม

- ผ่าตัดเต้านมออกทั้ง 2 ข้างเพื่อเป็นการป้องกัน ซึ่งเป็นการรักษาที่ใช้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง

3. ระยะ I,II,IIIA และ IIIC ที่ผ่าตัดได้

- การผ่าตัดแบบสงวนเต้านมร่วมกับการเลาะต่อมน้ำเหลืองและการฉายแสง

- การผ่าตัดเต้านมแบบปรับปรุง

การรักษาเสริมเป็นการรักษาที่ให้หลังผ่าตัดเพื่อเพิ่มอัตราการหายขาด เช่น

- การฉายแสงที่ต่อมน้ำเหลืองใกล้กับเต้านมและผนังหน้าอกหลังจากการผ่าตัดเต้านมแบบปรับปรุง

- การให้ยาเคมีบำบัดร่วมกับพิจารณาให้การรักษาเพิ่มเติมด้วยฮอร์โมน

- การรักษาด้วยฮอร์โมน

4. ระยะ IIIB และ IIIC ที่ผ่าตัดไม่ได้

- การให้ยาเคมีบำบัด

- การให้ยาเคมีบำบัดและตามด้วยการผ่าตัด (การผ่าตัดอาจเป็นได้ทั้งแบบอนุรักษ์หรือการผ่าตัดเต้านม

ทั้งหมดก็ได้) ร่วมกับการตัดต่อมน้ำเหลืองออกแล้วตามด้วยการฉายแสง อาจพิจารณาให้ยาเคมีบำบัด

หรือฮอร์โมนหรือทั้งสองอย่างเพิ่มอีก

5. ระยะ IV หรือระยะแพร่กระจาย

- การให้ยาฮอร์โมนและ/หรือการให้ยาเคมีบำบัด อาจมีการพิจารณาให้ยา Trastuzumab ร่วมด้วย

- การให้ยา Tyrosine kinase inhibitors ร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบรับประทาน (Capecitabine)

- การฉายแสงและ/หรือการผ่าตัดเพื่อลดอาการปวดและอาการอื่น ๆ 

- Bisphosphonate เพื่อลดอาการปวดจากการที่มะเร็งมีการแพร่กระจายไปที่กระดูก

6. มะเร็งเต้านมอักเสบ (Inflammatory breast cancer)

- การให้ยาเคมีบำบัด

- การให้ยาเคมีบำบัดและตามด้วยการผ่าตัด (การผ่าตัดอาจเป็นได้ทั้งแบบสงวนเต้านมหรือการผ่าตัดเต้านม

ทั้งหมดก็ได้) ร่วมกับการตัดต่อมน้ำเหลืองออกแล้วตามด้วยการฉายแสง อาจพิจารณาให้ยาเคมีบำบัดหรือ

ฮอร์โมนหรือทั้งสองอย่างเพิ่มอีก

7. มะเร็งเต้านมกำเริบ (Recurrent Breast cancer)

- การผ่าตัด (แบบกว้างหรือแบบปรับปรุง) หรือการฉายแสง หรือการรักษาทั้งสองวิธีร่วมกัน

- การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดหรือการรักษาด้วยฮอร์โมน       

                                  


ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน