การรักษาโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
การรักษาที่มีผลวิจัยที่น่าเชื่อถือทางการแพทย์มีดังนี้
การผ่าตัด,การฉายแสง,เคมีบำบัด
การผ่าตัด มีหลายชนิด คือ
- Transurethral resection (TUR) with fulguration: คือการส่องกล้องเล็กๆ
เข้าไปในท่อปัสสาวะโดยที่ปลายของกล้องจะมีลวดไฟฟ้าอยู่ ซึ่งสามารถจี้ก้อนมะเร็งออก
ไปได้ ใช้ในการวินิจฉัยและรักษา โดยมีการใช้ยาชาหรือดมยาด้วยใช้ในระยะต้นๆ ไม่
ลุกลามลงไปลึก ผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย อาจมีเลือดออก รู้สึกไม่สบายท้องเล็กน้อย ไม่
ต้องนอนโรงพยาบาล สามารถกลับไปทำงานปกติได้ในเวลาไม่นาน ผลข้างเคียงระยะ
ยาว ถ้าหากต้องส่องเข้าไปตัดชิ้นเนื้อหลายครั้ง อาจมีแผลเป็นและเสียความยืดหยุ่นของ
กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งมีผลให้ปัสสาวะบ่อย ไม่สามารถควบคุมปัสสาวะได้
- Radical cystectomy: ใช้เมื่อมะเร็งลุกลามเข้าไปถึงชั้นกล้ามเนื้อแล้วผ่าเอา
กระเพาะปัสสาวะ ต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะข้างเคียงออกไปด้วย (ต่อมลูกหมาก เซมินัล
เวสสิเคิล มดลูก รังไข่ ช่องคลอดบางส่วน) ทำภายใต้การดมยาสลบ
- Segmental cystectomy: ผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะบางส่วน ใช้ในกรณีที่เป็น
มะเร็งชนิดไม่รุนแรงและเป็นอยู่แค่ตำแหน่งเดียวในกระเพาะปัสสาวะ ทำภายใต้การ
ดมยาสลบ ต้องนอนโรงพยาบาล สามารถกลับไปทำกิจวัตรตามปกติได้ใน 4-6 สัปดาห์
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้แก่ เลือดออก,ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ,กลั้นปัสสาวะไม่อยู่,
มีการทำกระเพาะปัสสาวะเทียมหลังจากที่ตัดไป
โดยหลังผ่าตัดก็อาจมีการให้การรักษาเสริมเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่
ที่ตามองไม่เห็น ด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา
รังสีรักษา
การใช้พลังงานจากรังสีเพื่อฆ่าเซลล์หรือหยุดการเติบโตของเซลล์ แบ่งเป็น 2 ชนิด
ใหญ่ๆ คือ การฉายรังสีจากภายนอกตัวผู้ป่วย และการใส่หรือฝังแร่ภายในตัวผู้ป่วย โดย
หลังผ่าตัดรังสีสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ภายในตัวผู้ป่วยที่ไม่สามารถเห็นได้
ด้วยตาเปล่าขณะผ่าตัด
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ สีผิวบริเวณที่โดนฉายอาจคล้ำขึ้น คลื่นไส้อาเจียน
ปวด-แสบขัดเวลาปัสสาวะ ท้องเสีย เพลีย เม็ดเลือดต่ำ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้เกิดกับทุกคน
และส่วนใหญ่สามารถรักษาได้ หรือบางภาวะอาจดีขึ้นเองในเวลาต่อมา
ปัจจุบันมีการใช้การฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัดเพื่อการรักษาแบบสงวนกระเพาะ
ปัสสาวะ ในมะเร็งระยะที่ 2-4
ยาและเคมีบำบัด
การฉีดสารเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ (Intravesical Therapy)
เป็นการฉีดสารเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะ โดยตรงผ่านสายยางที่ใส่ไปในท่อ
ปัสสาวะ โดยสารที่มักใช้คือ สาร Bacillus Calmette-Guerin (BCG) ใช้ในการรักษา
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะระยะต้นๆ BCG เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่ง โดยร่างกายจะสร้าง
ภูมิขึ้นมาต่อต้านเชื้อโรคนี้ซึ่งจะเป็นการต่อต้านเซลล์มะเร็งด้วย โดยฉีดสัปดาห์ละครั้ง
6 สัปดาห์ ผลข้างเคียงคือ อาจมีอาการไข้ปวดเมื่อยตามตัวได้
Interferon โดยเฉพาะชนิดอัลฟ่า สามารถนำมาใช้ได้ในลักษณะเดียวกัน อาการ
ข้างเคียงเช่น ปวดตามตัวคลื่นไส้อาเจียน
นอกจากนี้ยังมีการฉีดยาเคมีบำบัดเข้าทางกระเพาะปัสสาวะเช่นกัน เช่น
Mitomycin, Thiotepa, Valrubicin, Doxorubicin, Gemcitabine
ผลข้างเคียงคือ ระคายเคืองแสบกระเพาะปัสสาวะได้
เคมีบำบัด
มีการให้เคมีบำบัดหลายแบบ ให้เคมีบำบัดก่อนผ่าตัด (neoadjuvant therapy)
เพื่อลดขนาดของก้อน ให้หลังผ่าตัด (Adjuvant therapy) เพื่อช่วยฆ่าเซลล์ที่เหลือ ให้
พร้อมรังสีรักษา (concurrent therapy) เพื่อช่วยให้เซลล์ตอบสนองการฉายรังสีดีขึ้น
ยาเคมีบำบัดที่นิยมให้ร่วมกับการฉายแสงคือ Cisplatin, Fluorouracil,
Mitomycin-C, Paclitaxel
การใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกันหลายตัวอาจได้ผลดีกว่าเช่น
- Metrotrexate,vinblastine,Doxorubicin(Adriamyci),Cisplatin
(MVAC)
- Gemcitabine, Cisplatin (GemCIS)
- Carboplatin, Paclitaxel หรือ Docetaxel
- อื่นๆ เช่น Bleomycin,Cyclophosphamide,Ifosfamide,Metrotrexate,
Pemetrexate
การเลือกชนิดยาหรือการรักษาก็ต้องประเมินโดยแพทย์จะพิจารณาเลือกยาเหมาะสม
ที่ร่างกายรับได้ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดได้คือ คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ผมร่วง เจ็บปาก
เม็ดเลือดต่ำ เลือดออก เพลีย แต่อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงเหล่านี้สามารถรักษาได้โดย
แพทย์จะติดตามดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
การใช้ยาเพื่อฆ่าหรือหยุดการแบ่งตัวของเซลล์ โดยมีการให้ยาทางเส้นเลือดดำ
ทางปาก หรือเฉพาะที่ ซึ่งการจะรักษาแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับระยะของโรคที่เป็น
|