การป้องกันการเกิดมะเร็ง

แคลเซียมกับการป้องกันการเกิดมะเร็ง

(Calcium and Cancer Prevention)

1. แคลเซียมคืออะไร

แคลเซียมเป็นสารเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย พบได้มากในนม โยเกิร์ต เนยแข็ง ผักใบสีเขียว ข้าว ถั่วลันเตา ถั่วลิสง
แคลเซียมเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของกระดูกและฟัน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือด
หยุดไหลเวลาเกิดบาดแผล ช่วยให้การทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจปกติ

2. ปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการ

ปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการขึ้นอยู่กับอายุ โดยช่วงอายุ 9-18 ปี เป็นช่วงที่ร่างกายต้องการแคลเซียมมากที่สุด
เนื่องจากเป็นช่วงที่กระดูกมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

ตารางแสดงปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายต้องการตามช่วงอายุ

ช่วงอายุ ปริมาณแคลเซียมที่ต้องการ (มิลลิกรัมต่อวัน)
0-6 เดือน 210
7-12 เดือน 270
1-3 ปี 500
4-8 ปี 800
9-18 ปี 1300
19-50 ปี 1000
มากกว่า 50 ปี 1200

1997 National Academy of Sciences Panel on Calcium and Related Nutrients

สำหรับผู้ใหญ่ รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตรและเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ปริมาณแคลเซียมสูงสุดที่ปลอดภัยต่อ
ร่างกาย คือ 2.5 กรัมต่อวัน

3. ปริมาณแคลเซียมที่มีอยู่ในอาหารและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

แคลเซียมพบมากในอาหารหลายชนิด เช่น ผักใบสีเขียว ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ปลา

ตารางแสดงปริมาณแคลเซียมที่มีอยู่ในอาหารประเภทต่าง ๆ

อาหาร ปริมาณแคลเซียม (มิลลิกรัม)
โยเกิร์ตผลไม้, โยเกิร์ตไขมันต่ำ; ปริมาณ 8 ออนซ์ 345
เนยแข็ง; ปริมาณ 1.5 ออนซ์ 311
นมปราศจากไขมัน; 1 ถ้วย 306
ปลาซาร์ดีน; 3 ออนซ์ 325
เต้าหู้;  1/2 ถ้วย 253
ผักขม; 1/2 ถ้วย 146
ถั่วกระป๋อง; 1/2 ถ้วย 96

U.S Department of Health and Human Service Dietary Guidelines for Americans 2005

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแคลเซียมมักประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต หรือแคลเซียมซิเตรท ซึ่งแคลเซียมทั้งสอง
ประเภทจะมีปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้แตกต่างกัน โดยแคลเซียมคาร์บอเนตมีปริมาณ
แคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมได้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ส่วนแคลเซียมซิเตรทมีปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายดูดซึมไป
ใช้ประโยชน์ได้เพียง 21 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในการเลือกซื้ออาหารควรดูข้อมูลทางโภชนาการเพื่อเปรียบเทียบ
ดูปริมาณสารอาหารที่ได้รับ

4. การรับประทานแคลเซียมเสริม ปลอดภัยหรือไม่

คนส่วนใหญ่สามารถรับประทานแคลเซียมได้อย่างปลอดภัย ทั้งแคลเซียมที่ได้รับจากการรับประทานอาหารและจาก
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ต้องไม่เกินปริมาณสูงสุดที่ร่างกายต้องการ คือ 2.5 กรัมต่อวัน

การรับประทานแคลเซียมปริมาณมากเกินไป คือ เกิน 5 กรัมต่อวัน หรือเกิน 3 กรัมต่อวันในผู้ที่มีการทำงานของไต
ผิดปกติ จะทำให้เกิดผลเสียตามมา โดยผลข้างเคียงที่อาจพบ ได้แก่ นิ่วในไต ปริมาณแคลเซียมในเลือดสูง ไตวาย
นอกจากนี้
การรับประทานยาลดกรดที่มีแคลเซียมคาร์บอเนตหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตเป็นส่วนประกอบเป็นระยะ
เวลานานๆ จะทำให้มี
แคลเซียมสะสมที่ไตแล้วทำให้เกิดภาวะไตวายตามมาได้


5. การรับประทานแคลเซียมสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้หรือไม่

-มีงานวิจัยของ American Cancer Society’s Cancer Prevention Study II Nutrition Cohort 
ได้ทำการศึกษาในชายและหญิงมากกว่า 120,000 คน พบว่าคนที่รับประทานแคลเซียมปริมาณสูง มีโอกาสเกิด
มะเร็งลำไส้
น้อยกว่าคนที่รับประทานแคลเซียมปริมาณต่ำ อย่างไรก็ตามพบว่าการรับประทานแคลเซียมที่มากกว่า
1200 มิลลิกรัมต่อวัน
ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีเพิ่มขึ้น ถ้าแคลเซียมที่ได้รับมาจากการรับประทานอาหาร พบว่าไม่
สามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิด
มะเร็งสำไส้แต่ถ้าเป็นแคลเซียมที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะช่วยลด
การเกิดมะเร็งได้ โดยถ้ารับประทานตั้งแต่ 500
มิลลิกรัมต่อวันขึ้นไปจะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงลงได้ถึง 31 เปอร์เซ็นต์
ของผู้ที่นำมาศึกษาทั้งหมด
.....................................................................................................................................
-งานวิจัยของ Nurses’ Health Study and the Health Professionals Follow-up Study ที่ศึกษา
ในชายและหญิงมากกว่า 135,000 คน พบว่าคนที่รับประทานแคลเซียมมากกว่า 700 มิลลิกรัมต่อวันจะช่วยลด
โอกาสเกิด
มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายได้ 35-45 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่ได้รับแคลเซียมน้อยกว่า 500
มิลลิกรัมต่อวัน แต่ไม่ได้
มีส่วนช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนต้น
.....................................................................................................................................
-มีการศึกษาในสวีเดน 61,000 คน พบว่าผู้ที่ได้รับแคลเซียม 800-1000 มิลลิกรัมต่อวันลดโอกาสในการเกิดมะเร็ง
ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายลงได้ 28 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ได้รับแคลเซียม 400-500 มิลลิกรัมต่อวัน
.....................................................................................................................................
-งานวิจัยของ National Institutes of Health-American Association of Retired Persons
(NIH-AARP) Diet and Health Study ศึกษาในผู้ชาย 293,000 คน ผู้หญิง 198,000 คน พบว่าการ
รับประทาน
แคลเซียมปริมาณสูงในแต่ละวัน ทั้งจากอาหารและจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยลดการเกิดมะเร็ง
ลำไส้ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ใน
ผู้ชาย และ 30 เปอร์เซ็นต์ในผู้หญิง
.....................................................................................................................................
-งานวิจัยของ Calcium Polyp Prevention Study and European Cancer Prevention
Organization Intervention Study พบว่าการรับประทานแคลเซียมวันละ 1200-2000 มิลลิกรัม
จะช่วยลดการเกิด
เนื้องอกในลำไส้ได้ ซึ่งเนื้องอกเหล่านี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งตามมาได้
.....................................................................................................................................
-การศึกษาของ Calcium Polyp Prevention Study ในคนที่มีประวัติเป็นเนื้องอกที่ลำไส้ 930 คน แบ่งเป็น
กลุ่มที่ได้รับแคลเซียมวันละ 1200 มิลลิกรัม เป็นเวลา 4 ปี เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกผลการศึกษาที่ 3 ปี
พบว่ากลุ่มที่
ได้รับแคลเซียมมีโอกาสเกิดการกลับมาเป็นซ้ำของเนื้องอกลดลง 20 เปอร์เซ็นต์
.....................................................................................................................................
-การศึกษาของ European Cancer Prevention Organization Intervention Study ในคนที่มีประวัติ
เป็นเนื้องอกที่ลำไส้ 665 คน แบ่งผู้ป่วยออกเป็น 3 กลุ่ม, กลุ่มที่ 1 จะได้รับแคลเซียม 2 กรัมต่อวัน, กลุ่มที่ 2 จะได้
รับผลิตภัณฑ์
เสริมใยอาหาร 3 กรัมต่อวัน, กลุ่มที่ 3 ได้รับยาหลอก พบว่ากลุ่มที่ได้รับแคลเซียมมีโอกาสการกลับมา
เป็นซ้ำของเนื้องอกที่ลำไส้
น้อยที่สุด แต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ

6. การรับประทานแคลเซียมสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งอื่นๆ ได้หรือไม่

-มีการศึกษาในหญิงวัยหมดประจำเดือนที่แข็งแรง 1200 คน โดยให้รับประทานแคลเซียม 300-600 มิลลิกรัม
ต่อวัน
ร่วมกับวิตามินดีเป็นเวลา 4 ปี เปรียบเทียบกับยาหลอก พบว่ากลุ่มที่ได้รับแคลเซียมและวิตามินดีมีโอกาส
เกิดโรคมะเร็งอื่นๆ
น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก 60 เปอร์เซ็นต์
.....................................................................................................................................
-การศึกษาของ European Prospective Investigation into Cancer and Nutrition ในชายมากกว่า
142,000 คน พบว่าการรับประทานโปรตีนหรือแคลเซียมปริมาณสูงทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากสูงขึ้น
.....................................................................................................................................
-การศึกษาของ National Cancer Institute’s (NCI) Prostate, Lung, Colorectal, and Ovarian
(PLCO) Cancer Screening Trial ก็พบว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากกับการ
รับประทาน
แคลเซียมปริมาณสูง โดยเฉพาะแคลเซียมที่ได้จากผลิตภัณฑ์ไขมันต่ำ
.....................................................................................................................................
-แต่มีผลการศึกษาที่ขัดแย้งของ NIH-AARP Diet and Health Study ที่พบว่าไม่มีความสัมพันธ์ระหว่าง
ปริมาณแคลเซียมที่รับประทานกับการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
.....................................................................................................................................
-การศึกษาของ Nurses’ Health Study ในหญิง 30,000 คน พบว่าหญิงวัยก่อนหมดประจำเดือนกลุ่มที่
ได้
รับแคลเซียมปริมาณสูง (มากกว่า 800 มิลลิกรัมต่อวัน) มีโอกาสในการเกิดมะเร็งเต้านมน้อยกว่ากลุ่มที่ได้
รับแคลเซียม
ปริมาณต่ำ (น้อยกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน) แต่ไม่ได้ประโยชน์ในหญิงวัยหลังหมดประจำเดือน

7. แคลเซียมช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้อย่างไร

กลไกที่แคลเซียมช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ยังไม่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากการที่แคลเซียมจะไปจับตัวกับกรดในระบบทางเดิน
อาหารทำให้ลดปริมาณกรดที่จะไปทำลายเซลล์ของผนังลำไส้ และยังกระตุ้นให้เซลล์ที่ถูกทำลายได้มี
โอกาสซ่อมแซมตัวเอง
นอกจากนี้แคลเซียมยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์มากเกินไปจนเกิดการกลาย
เป็นเซลล์มะเร็งในอนาคตและ
ช่วยให้กลไกการทำงานของเซลล์เป็นปกติ

8. ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้อย่างไร

แคลเซียมสามารถถูกดูดซึมผ่านผนังเซลล์ผ่านทั้งทางกลไกที่ต้องใช้พลังงานและไม่ต้องใช้พลังงาน


9. สถาบันมะเร็งแห่งชาติแนะนำให้รับประทานแคลเซียมเสริมเพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้หรือไม่

ถึงแม้จะมีการศึกษาพบว่าแคลเซียมมีส่วนช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ แต่หลักฐานที่แสดงถึงประโยชน์ของการรับประทาน
แคลเซียมเสริมยังมีอยู่น้อย ดังนั้นจึงยังไม่มีการแนะนำให้รับประทานแคลเซียมเพื่อลดการเกิด
โรคมะเร็งทุกประเภท



ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาท่าน