คำถามที่พบบ่อย

ระยะของโรคมะเร็ง (Stage of Cancer)

# เป็นตัวบ่งบอกการลุกลาม ความรุนแรง ของโรคมะเร็ง การที่แพทย์ทราบระยะของโรคแพทย์จะสามารถวางแผนการรักษาและพยากรณ์โรคได้

# ระยะของโรคมะเร็งสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโรคเปลี่ยนแปลงไป

# ระยะโรคแบบ TNM มาจาก T (Tumor) ขนาดก้อน N (Lymph nodes) ต่อมน้ำเหลืองที่มะเร็งลุกลามไป M (Metastasis)  การแพร่กระจายของโรคไปที่อวัยวะอื่น

# ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็นระยะที่ 0 ระยะที่ 1 ระยะที่ 2 ระยะที่ 3 ระยะที่ 4

การแบ่งระยะของโรคอาศัยการตรวจร่างกาย การเอ็กซเรย์ต่าง ๆ ผลเลือด ผลชิ้นเนื้อ ลักษณะของก้อนที่พบจากการผ่าตัด เป็นตัวกำหนด

1. ระยะของโรคมะเร็งคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?

- เป็นตัวบ่งบอกการลุกลาม ความรุนแรง ของโรคมะเร็ง การที่แพทย์ทราบระยะของโรคแพทย์จะสามารถวางแผนการรักษาและพยากรณ์โรคได้

- และยังสามารถนำไปเทียบเคียงกับผลการวิจัยที่ทำกับคนไข้ในระยะเดียวกัน เพื่อให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคและการรักษาได้ดียิ่งขึ้น

2. อะไรเป็นตัวกำหนดระยะของโรค?

- เซลล์มะเร็งแบ่งตัว เติบโต นอกเหนือการควบคุมจากร่างกาย สามารถเติบโตลุกลามเข้าไปในอวัยวะใกล้เคียง โดยเข้ากระแสเลือด ต่อมน้ำเหลืองได้ซึ่งเรียกว่าการ

ลุกลามแพร่กระจาย (Metastasis)

3. ระยะโรคประกอบด้วยอะไรบ้าง และเป็นอย่างไร?

ระยะโรคแบบ TNM เป็นกำหนดระยะของโรคแบบมาตรฐานสากลทั่วโลก กำหนดขึ้นโดย International Union Againt Cancer (UICC) และ The American 

Joint Committee on Cancer (AJCC)

- ระยะโรคแบบ TNM กำหนดจาก T (Tumor) ขนาดก้อน จำนวนก้อน ตำแหน่งที่ก้อนอยู่ N (Lymph nodes) ต่อมน้ำเหลืองที่มะเร็งลุกลามไปและ M (Metastasis)

4. การแพร่กระจายของโรคไปที่อวัยวะอื่น 

- ชนิดของเซลล์และการแทรกแซงเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติ

- ขนาดของก้อน (Primary Tumor) (T)

Tx ไม่สามารถประเมินก้อนได้

T0 ไม่มีหลักฐานของก้อน

Tis มะเร็งระยะต้นๆ ที่อยู่บนชั้นของเซลล์ปกติยังไม่แทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติ

T1,2,3,4 ขนาดต่างๆ กันของก้อนจากเล็กไปใหญ่

- ต่อมน้ำเหลือง (Regional Lymph nodes) (N)

Nx ไม่สามารถประเมินต่อมน้ำเหลืองได้

N0 ไม่พบมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง

N1,2,3 มะเร็งเข้าไปในต่อมน้ำเหลือง (จำนวนต่อมและตำแหน่งต่อมที่แพร่ไป)

- การแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น (Distant Metastasis) (M)

Mx ไม่สามารถประเมินการแพร่กระจายได้

M0 ไม่พบการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น

 M1 แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น

ตัวอย่าง มะเร็งเต้านมระยะ T3N2M0 หมายถึงมะเร็งก้อนใหญ่ที่มีการลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลือง แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นของร่างกาย

ระยะของโรคแบบ 0, I, II, III, IV เกิดจากการนำระยะ TNM มาจัดอีกครั้ง

ระยะที่ หมายถึง
ระยะ 0 มะเร็งระยะต้น ๆ (Carcinoma in situ) ที่อยู่บนชั้นของ
เซลล์ปกติยังไม่แทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติ
ระยะ I  ระยะ II  ระยะ III ขนาดต่าง ๆ กันของก้อนจากเล็กไปใหญ่ จำนวนต่อมน้ำเหลือง
และตำแหน่งต่อมน้ำเหลืองที่แพทร่ไป
ระยะ IV แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น

5. มะเร็งทุกชนิดใช้ระบบ TNM หรือไม่?

ส่วนใหญ่ใช้ ยกเว้นบางชนิดเท่านั้น เช่น มะเร็งเส้นประสาทไขสันหลัง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งปากมดลูก  มดลูก รังไข่ ช่องคลอด และมะเร็งที่อวัยวะ

สืบพันธุ์มะเร็งในเด็กบางชนิด แต่อย่างไรก็ตามมะเร็งเหล่านี้ก็มีการจัดระยะแบ่งระยะเฉพาะแบบที่เป็นสากล

อย่างไรก็ตามยังมีการจัดระยะอีกแบบหนึ่ง โดยแบ่งเป็น 5 ระยะ คือ

- In situ หมายถึง มะเร็งระยะต้น ๆ (Carcinoma in situ) ที่อยู่บนชั้นของเซลล์ปกติยังไม่แทรกเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติ

- Reginal หมายถึง มะเร็งที่แพร่ไปยังอวัยวะหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้ ๆ 

- Distant หมายถง มะเร็งที่แพร่ไปยังอวัยวะหรือต่อมน้ำเหลืองไกล ๆ 

- Unknown หมายถึง ไม่สามารถประเมินได้ว่าอยู่ระยะใด

6. มีวิธีการอย่างไรบ้างเพื่อที่จะทราบระยะของโรค?

- ตรวจร่างกาย

- เอกซเรย์แบบต่าง ๆ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT), คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI), เพทสแกน (PET scan)

- ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ

- ผลตรวจชิ้นเนื้อ

- ลักษณะของก้อนที่พบจากการผ่าตัด

7. มะเร็งระยะสุดท้ายคืออะไร จะต้องเสียชีวิตทุกคนใช่หรือไม่?

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งจำนวนหนึ่งมาพบแพทย์หลังจากมีการกระจายของโรคแล้ว มักจะเรียกผู้ป่วยระยะนี้ว่า ระยะที่ 4 หรือระยะแพร่กระจาย ในขณะที่ผู้ป่วยบางคนอาจจะ

เป็นมะเร็งระยะ 1-3 แล้วต่อมาจึงมีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น ผู้ป่วยประเภทหลังนี้มักเรียกว่าระยะแพร่กระจายเช่นเดียวกัน แม้ว่าผู้ป่วยจะเป็นมะเร็งระยะที่ 4 แล้ว แต่ก็ไม่ได้

หมดหวังเสียทีเดียว เพราะแพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง (Palliative treatment) เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมารจากโรคมะเร็ง และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้ป่วย 

นอกจากนี้มะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะแพร่กระจายก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ อย่างไรก็ตามหากผู้ป่วยมะเร็งระยะที่ 4 ที่ได้รับการรักษาแบบประคับประคอง

แล้วไม่ตอบสนองต่อการรักษา ผู้ป่วยจะค่อย ๆ มีอาการแย่ลง จนกระทั่งเข้าสู่ระยะสุดท้าย (End stage cancer) ซึ่งแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์อื่นจะให้การดูแลผู้ป่วย

ระยะสุดท้ายร่วมกับญาติ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมานน้อยที่สุด

ระยะเวลาระหว่างเริ่มแพร่กระจาย (ระยะที่ 4) จนกระทั่งถึงระยะสุดท้าย (End stage) มีระยะเวลาไม่แน่นอนขึ้นกับธรรมชาติของโรค และสภาพร่างกายผู้ป่วยด้วย 

ดังนั้นผู้ป่วยและญาติ ควรปรึกษาแพทย์มะเร็งวิทยา เพื่อวางแผนร่วมกันในการดูแลรักษาอย่างดีที่สุด

8. อยากทราบรายละเอียดเพิ่มหาได้จาก?

สามารถหาได้จากอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์ ที่น่าเชื่อถือได้แก่ www.cancerstaging.org/staging/index.html

สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 1873 ถนนพระราม4 ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
WEBMASTER CHULACANCER@YAHOO.COM

จำนวนคนเข้าใช้งาน

5 3 0 0 9 4 9

ข้อมูลในเว็บ chulacancer.net นี้เป็นข้อมูลเชิงวิชาการ การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย สาขารังสีรักษา
และมะเร็งวิทยาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะไม่รับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามข้อมูลนี้ กรุณาปรึกษาแพทย์